Skip to content
Free shipping! Cash on delivery service available.
Free Shipping for Orders over 300 THB
Free shipping! Cash on delivery service available.
Free Shipping for Orders over 300 THB
Free shipping! Cash on delivery service available.
Free Shipping for Orders over 300 THB
Login
0

หลายคนอาจจะเคยเห็นตัวย่อ EGCG บนฉลากผลิตภัณฑ์ชาเขียว หรือบางคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับมันมาก่อน วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเจ้า EGCG ให้มากขึ้น เพื่อคลายข้อสงสัยว่าแท้จริงแล้ว EGCG นี้คืออะไร มีบทบาทอย่างไรต่อร่างกายของเรา และมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพของเราในด้านใดบ้าง เตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาค้นพบความลับของสารมหัศจรรย์ที่ซ่อนอยู่ในแก้วชากันเลย

EGCG คืออะไร?

สาร EGCG หรือชื่อเต็มคือ Epigallocatechin Gallate  เป็นสารประกอบจากธรรมชาติประเภทโพลีฟีนอล (polyphenol) ชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในกลุ่มของ คาเทชิน (catechins) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ที่มีประสิทธิภาพสูง สารกลุ่มคาเทชินสามารถพบได้ในพืชหลายชนิด แต่ EGCG ถือเป็นคาเทชินที่มีปริมาณมากที่สุดและมีฤทธิ์ทางชีวภาพที่โดดเด่นที่สุดใน “ชาเขียว” (Green Tea)

EGCG มาจากไหน?

EGCG พบมากที่สุดในใบชา โดยเฉพาะชาเขียวจากต้น Camellia sinensis โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชาเขียวชนิดพิเศษ เช่น มัทฉะ (Matcha) และเซนฉะ (Sencha) ซึ่งมีปริมาณ EGCG สูงที่สุด เนื่องจากกระบวนการผลิตชาเขียวที่ไม่มีการหมัก ทำให้สารคาเทชิน รวมถึง EGCG ยังคงอยู่ครบถ้วนและไม่ถูกทำลาย ในชาเขียว 1 ถ้วย (ประมาณ 240 มิลลิลิตร) จะมี EGCG อยู่ราว 50-100 มิลลิกรัม ต่างจากชาดำที่ผ่านการหมัก ทำให้ปริมาณ EGCG ลดลงอย่างมาก นอกจากชาเขียวแล้ว EGCG ยังสามารถพบได้ในพืชบางชนิด เช่น โกโก้ เบอร์รีบางชนิด เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ และวอลนัท แต่ก็ยังมี EGCG ในปริมาณที่น้อยกว่าชาเขียวอยู่ดี


แล้ว EGCG ทำงานอย่างไรในร่างกายเรา


หัวใจสำคัญของการทำงานของ EGCG คือการเป็น “สารต้านอนุมูลอิสระ” ชั้นยอด ให้ลองจินตนาการว่าร่างกายของเราเป็นเหมือนเครื่องจักรที่ต้องทำงานตลอดเวลา ระหว่างกระบวนการเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการหายใจ การเผาผลาญพลังงาน ไปจนถึงการเผชิญกับสิ่งแวดล้อมอย่างมลภาวะ แสงแดด อาหารปิ้งย่าง หรือแม้แต่ความเครียด ร่างกายจะผลิตสิ่งที่เรียกว่า “อนุมูลอิสระ” ขึ้นมา

อนุมูลอิสระ คือโมเลกุลที่ไม่เสถียร มีแนวโน้มจะเข้าไปแย่งอิเล็กตรอนจากเซลล์ต่าง ๆ ทำให้เซลล์เสียหาย เปรียบได้กับ “สนิม” ที่ค่อย ๆ กัดกร่อนเหล็กทีละน้อย หากปล่อยไว้โดยไม่มีตัวช่วย ร่างกายก็อาจสะสมความเสียหายเรื่อย ๆ จนนำไปสู่ความเสื่อม โรคเรื้อรัง หรือแม้แต่ปัญหาสุขภาพเรื้อรังอื่น ๆ ได้

ทีนี้หน้าที่ของ EGCG ก็เปรียบเสมือนซูเปอร์ฮีโร่ที่เข้ามาจัดการกับอนุมูลอิสระในร่างกาย โดยจะมอบอิเล็กตรอนให้กับอนุมูลอิสระเหล่านั้น ทำให้พวกมันอยู่ในสภาพที่เสถียรขึ้น และไม่สามารถเข้าไปทำลายเซลล์อื่น ๆ ได้อีก การที่ EGCG ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะหากปล่อยให้เซลล์ถูกทำลายสะสมไปเรื่อย ๆ อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น การอักเสบ ความเสื่อมของเซลล์ หรือแม้แต่การเกิดโรคเรื้อรังบางชนิดในระยะยาวได้

นอกจากฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระแล้ว EGCG ยังมีบทบาทในการปรับสมดุลของร่างกายในหลาย ๆ ด้าน นักวิจัยพบว่า EGCG อาจมีผลต่อการทำงานของเอนไซม์บางชนิดในร่างกาย มีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และอาจส่งเสริมการเผาผลาญไขมันอีกด้วย ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นที่มาของประโยชน์ต่อสุขภาพที่หลากหลาย


ทำไม EGCG ถึงโดดเด่นในชา


อย่างที่กล่าวไปว่า EGCG เป็นสารสำคัญที่พบได้ในชา แต่ปริมาณของ EGCG ในชานั้นแตกต่างกันไปตามชนิดของชาและวิธีการเตรียม โดย ชาเขียว ถือเป็นแหล่งที่ดีที่สุดของ EGCG เนื่องจากกระบวนการผลิตชาเขียวจะมีการนึ่งหรือคั่วใบชาเพื่อหยุดกระบวนการหมัก ส่งผลให้เอนไซม์ไม่สามารถทำลาย EGCG ได้ ต่างจาก ชาดำ หรือ ชาอู่หลง ที่ผ่านกระบวนการหมักจนทำให้ EGCG บางส่วนเปลี่ยนไปเป็นสารประกอบอื่น

ดังนั้น หากต้องการได้รับ EGCG ในปริมาณสูง การเลือกดื่มชาเขียวคุณภาพดีจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ปัจจัยอื่น ๆ เช่น แหล่งเพาะปลูก สภาพอากาศ และแม้แต่วิธีการ ชงชา ก็มีผลต่อปริมาณ EGCG ที่จะสกัดออกมาได้เช่นกัน โดยเฉพาะการใช้น้ำร้อนที่ไม่ถึงกับเดือดจัด และการแช่ชาในเวลาที่พอเหมาะ จะช่วยดึงสาร EGCG ออกมาได้ดีที่สุด

EGCG กับประโยชน์ที่หลากหลายจนทำให้เป็นที่นิยม

ความนิยมของ EGCG ไม่ได้มาจากการถูกกล่าวขึ้นมาลอย ๆ แต่มาจากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากที่ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ต่อสุขภาพในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้

  • สารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง : EGCG มีความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งอนุมูลอิสระเป็นสาเหตุหนึ่งของความเสื่อมของเซลล์ การอักเสบ และโรคเรื้อรังต่าง ๆ การบริโภค EGCG จึงช่วยปกป้องเซลล์และลดความเสี่ยงของโรคเหล่านี้
  • ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง : การศึกษาจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า EGCG อาจมีบทบาทในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งหลายชนิด ลดการแพร่กระจาย และกระตุ้นการตายของเซลล์มะเร็ง (apoptosis) โดยไม่ทำลายเซลล์ปกติ 
  • ส่งเสริมสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด : EGCG ช่วยลดระดับคอเลสเทอรอลชนิดไม่ดี (LDL-C) และไตรกลีเซอไรด์ ลดความดันโลหิต และปรับปรุงการทำงานของหลอดเลือด ทำให้ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง
  • ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก : EGCG มีส่วนช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันและพลังงานในร่างกาย (thermogenesis) ทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น และอาจช่วยลดการสะสมไขมันในร่างกายได้ 
  • บำรุงสมองและระบบประสาท : EGCG อาจมีคุณสมบัติในการปกป้องเซลล์สมองจากความเสียหาย ลดความเสี่ยงของโรคเกี่ยวกับความเสื่อมของระบบประสาท เช่น อัลไซเมอร์และพาร์กินสัน
  • ลดการอักเสบ : ด้วยคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ EGCG ยังช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ
  • บำรุงผิวพรรณ : EGCG ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจากรังสียูวี ลดการเกิดริ้วรอย และส่งเสริมสุขภาพผิวที่ดีขึ้น
  • สุขภาพช่องปาก : ช่วยยับยั้งแบคทีเรียที่ทำให้เกิดฟันผุและปัญหากลิ่นปาก


เรียกได้ว่าชาเขียวไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มธรรมดา แต่เป็นแหล่งรวมของสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยมอย่าง EGCG และคาเทชิน ซึ่งมีบทบาทในการปกป้องเซลล์จากความเสื่อม ชะลอวัย เสริมภูมิคุ้มกัน และยังดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดเลย

สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลรูปร่าง EGCG ยังมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน ควบคุมน้ำหนักได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งผลิตภัณฑ์ชงดื่ม จาก Body Shape อย่าง Matcha Plus Organic Chia Seed (ชาเขียวมัทฉะผสมเมล็ดเจียออร์แกนิก) นั้นก็ได้คัดสรรผงมัทฉะคุณภาพพรีเมียมที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์เพื่อสุขภาพที่ครบครันในแก้วเดียว

ซึ่งใน Matcha Plus ไม่ได้มีแค่ EGCG ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและกระตุ้นการเผาผลาญไขมันเท่านั้น แต่ยังเสริมด้วยเมล็ดเจียออร์แกนิกและกัวร์กัม ซึ่งมีใยอาหารจากธรรมชาติสูง ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ลดความอยากอาหารระหว่างวันได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมี คอลลาเจน 3 ชนิด ที่จะช่วยเสริมสร้างและเติมเต็มสุขภาพผิวให้เปล่งปลั่งจากภายในสู่ภายนอกอีกด้วย อีกทั้งยังให้พลังงานเพียง 60 kcal เท่านั้น

สุดท้ายนี้ แม้ EGCG ในชาเขียวจะมีประโยชน์มากมายเพียงใด แต่การจะให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม ที่สำคัญคือต้องไม่ลืม พักผ่อนให้เพียงพอ และ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคู่กันไปด้วย เพราะปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญต่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว


อ้างอิง

EGCG ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง Khan N, Mukhtar H. Tea polyphenols for health promotion. Life Sci. (https://shorturl.asia/9V1cH

EGCG ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก Hursel R, Viechtbauer W, Westerterp-Plantenga MS. The effects of green tea on weight loss and weight maintenance: a meta-analysis. Int J Obes. (https://shorturl.asia/7l0sV)

Cart

Your cart is currently empty.

Start Shopping

Select options