เวย์โปรตีน (Whey Protein) เลือกยังไงให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันกระแสการดูแลสุขภาพ (Health & Wellness) กำลังมาแรงอย่างต่อเนื่อง ไลฟ์สไตล์ของผู้คนเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่การเข้ายิมหรือการรับประทานอาหารเสริมเป็นเรื่องของนักกีฬาหรือนักเพาะกายเท่านั้น แต่ในวันนี้ “เวย์โปรตีน (Whey Protein)” กลับกลายเป็นไอเทมใกล้ตัวที่พบได้ทั่วไป ไม่ว่าจะในร้านสะดวกซื้อหรือแม้แต่บนโต๊ะทำงาน ทั้งในกลุ่มคนลดน้ำหนัก สาว ๆ ที่อยากมีหุ่นลีนกระชับ ไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการดูแลมวลกล้ามเนื้อให้แข็งแรง
อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายคนที่สงสัยว่าการกินเวย์โปรตีนนั้น จะทำให้กล้ามใหญ่เหมือนนักเพาะกายหรือไม่? หรือถ้าไม่ได้ออกกำลังกายสามารถกินได้ไหม รวมถึงควรกินช่วงเวลาไหนจึงจะได้ผลดีที่สุด
บทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเวย์โปรตีนให้มากขึ้น ว่าเวย์โปรตีนมีกี่ชนิด และแต่ละชนิดเหมาะกับใครบ้าง รวมถึงวิธีกินและช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้คุณเลือกใช้ได้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุดกับร่างกาย
เวย์โปรตีน (Whey Protein) คืออะไร?

เวย์โปรตีน คือโปรตีนคุณภาพสูงที่สกัดมาจากนมวัว โดยได้จากกระบวนการทำชีสและโยเกิร์ต เมื่อนำนมมาแยกส่วนจะพบว่ามีส่วนแข็งที่เรียกว่าเคซีน หรือเต้าหู้นม (Casein) อยู่ประมาณ 80% และส่วนของเหลวใสที่เหลืออีก 20% ก็คือเวย์ (Whey) ซึ่งของเหลวนี้จะถูกนำไปผ่านกระบวนการกรองเพื่อแยกไขมันและน้ำตาลออก จากนั้นจึงนำไปอบแห้งจนกลายเป็นผงโปรตีนเข้มข้นที่คุณสมบัติโดดเด่นคือร่างกายสามารถย่อยและดูดซึมไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ทำให้เวย์โปรตีนถูกเรียกว่าเป็น โปรตีนสมบูรณ์ (Complete Protein) ก็เพราะในเวย์โปรตีนนั้นประกอบไปด้วยกรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิดที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มกรดอะมิโนโซ่สาขาหรือ Branched-Chain Amino Acid (BCAA) ที่มี ลูซีน (Leucine) อยู่ในปริมาณสูง ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในการส่งสัญญาณให้ร่างกายเริ่มกระบวนการสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ในเวย์ยังมีสารอาหารรองอย่างไบโอแอคทีฟเปปไทด์ (Bioactive Peptides) และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไปพร้อมกัน จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการสร้างกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย
เวย์โปรตีนมีกี่ชนิด?

เวย์โปรตีนหลักจะแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ Whey Concentrate, Whey Isolate และ Whey Hydrolysate ซึ่งแต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกัน ดังนี้
-
Whey Protein Concentrate (WPC) เป็นเวย์ชนิดเริ่มต้น มีความเข้มข้นของโปรตีนประมาณ 70-80% หลาย ๆ คนนิยมใช้เป็นเวย์เพิ่มน้ำหนัก ความโดดเด่นของเวย์ตัวนี้คือมีรสชาติที่กินง่ายกว่าชนิดอื่น และยังมีกลิ่นของนมชัดเจน เพราะผ่านกระบวนการ Ultrafiltration (UF) ซึ่งเป็นวิธีการแยกโปรตีนด้วยการกรองผ่านเยื่อบางและแรงดัน ทำให้ยังหลงเหลือส่วนผสมของไขมันและแลคโตสอยู่ นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายอีกด้วย
เวย์โปรตีน คอนเซนเทรท (Whey Concentrate) เหมาะกับ
-
ผู้ที่เริ่มออกกำลังกาย
-
ผู้ที่เริ่มพัฒนากล้ามเนื้อ
-
ผู้ที่ต้องการเพิ่มน้ำหนักตัว
-
ผู้ที่ต้องการเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
-
Whey Protein Isolate (WPI) คือการนำเวย์คอนเซนเทรท (Whey Concentrate) ไปผ่านกระบวนการแยกไขมันและแลคโตสออกมากขึ้น จนได้ความเข้มข้นของโปรตีนสูงถึง 90% ขึ้นไป ซึ่งเวย์ชนิดนี้มีโมเลกุลที่เล็กลง จึงทำให้ร่างกายดูดซึมไวมาก ไขมันต่ำมาก แทบไม่มีน้ำตาลแลคโตสเหลืออยู่เลย (หรือถ้ามีก็มีในปริมาณที่น้อยมาก ๆ ) และยังคงมีกลิ่นของนมอยู่ในรสชาติบ้าง กินง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องไขมัน
เวย์โปรตีนไอโซเลต (Whey Isolate) เหมาะกับ
-
ผู้ที่ออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อกระชับ
-
ผู้ที่ต้องการคุมปริมาณแป้งและไขมัน
-
ผู้ที่ต้องการดูแลรูปร่าง
-
Whey Protein Hydrolyzed (WPH) เป็นเวย์ที่มีโมเลกุลเล็กที่สุดในเวย์ทั้ง 3 ชนิด เกิดจากการ นำเวย์คอนเซนเทรท (Whey Concentrate) และเวย์ไอโซเลต (Whey Isolate) มารวมกันและนำไปผ่านกระบวนการไฮโดรไลซ์ (Hydrolysis) หรือการย่อยด้วยเอนไซม์ทำให้โปรตีนมีโมเลกุลเล็กลงจนอยู่ในระดับเปปไทด์ ซึ่งเป็นระดับที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้มีราคาสูงกว่าเวย์ชนิดอื่น และรสชาติอาจจะออกขมเล็กน้อย นิยมใช้ในทางการแพทย์หรือนักกีฬาระดับโปรที่ต้องการการฟื้นฟูเร่งด่วน
เวย์โปรตีนไฮโดรไลซ์ (Whey Hydrolysate) เหมาะกับ
-
ผู้ที่แพ้นมวัว ไม่กินนมวัว
-
ผู้ที่เคยมีปัญหากับการกินเวย์โปรตีน Whey Concentrate และ Whey Isolate
-
ผู้ที่ต้องการเสริมโปรตีนแต่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร
-
ผู้สูงอายุที่ต้องการเสริมโปรตีน
-
ผู้ที่ควบคุมปริมาณแป้งและไขมัน
เวย์โปรตีนเหมาะกับใครบ้าง?
อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าต้องเป็น "สายเล่นกล้าม" เท่านั้นถึงจะกินได้ เพราะจริง ๆ แล้วเวย์โปรตีนเหมาะกับคนหลายกลุ่มมาก อาทิ
-
ผู้ที่เล่นกล้ามและนักเพาะกาย เป็นกลุ่มที่ต้องการกรดอะมิโนกลุ่ม BCAA (โดยเฉพาะ Leucine) ในปริมาณสูงเพื่อกระตุ้นการสร้างโปรตีนในกล้ามเนื้อ (Muscle Protein Synthesis) และซ่อมแซมเส้นใยกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดจากการยกน้ำหนัก
-
นักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เวย์โปรตีนจะเข้าไปช่วยลดอาการเมื่อยล้าหลังซ้อม (Muscle Soreness) และเร่งกระบวนการฟื้นฟูร่างกาย (Recovery) ทำให้สามารถกลับไปฝึกซ้อมต่อได้รวดเร็วขึ้น
-
ผู้ที่เริ่มออกกำลังกาย ในช่วงแรกร่างกายมักจะมีอาการระบมกล้ามเนื้อได้ง่าย การเสริมเวย์โปรตีนจะช่วยให้ร่างกายปรับตัวกับการใช้งานกล้ามเนื้อใหม่ ๆ ได้ดีขึ้น และช่วยสร้างพื้นฐานมวลกล้ามเนื้อที่ดี
-
ผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก โปรตีนจะช่วยให้อิ่มนานขึ้นโดยการลดฮอร์โมนความหิว (Ghrelin) และเพิ่มฮอร์โมนความอิ่ม ลดการกินจุกจิก และช่วยรักษาการเผาผลาญ (BMR) ไม่ให้ตกลงในช่วงที่จำกัดแคลอรี นอกจากนี้ร่างกายยังต้องใช้พลังงานในการย่อยโปรตีน (Thermic Effect of Food) สูงกว่าไขมันหรือคาร์โบไฮเดรต
-
ผู้ที่ต้องการเพิ่มน้ำหนัก สำหรับคนที่กินข้าวได้น้อย เวย์โปรตีนเป็นทางลัดในการเพิ่มแคลอรีและโปรตีนที่มีคุณภาพสูงโดยไม่ทำให้รู้สึกแน่นท้องจนเกินไป ช่วยเพิ่มน้ำหนักที่เป็นมวลกล้ามเนื้อไม่ใช่แค่ไขมัน
-
ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง ในเวย์โปรตีนมีเปปไทด์ที่ชื่อว่า Lactokinins ซึ่งมีส่วนช่วยในการยับยั้งเอนไซม์ ACE (ตัวการที่ทำให้หลอดเลือดหดตัว) ช่วยให้หลอดเลือดผ่อนคลายและลดความดันโลหิตได้
-
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน (ชนิดที่ 2) เวย์โปรตีนช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินและเพิ่มความไวต่ออินซูลิน ทำให้ร่างกายจัดการกับระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารได้ดีขึ้น
-
ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหัวใจ ในเวย์โปรตีนจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และลดการอักเสบในหลอดเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจ
-
ผู้ป่วยโรคมะเร็ง มักประสบปัญหาการสูญเสียมวลกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว (Cachexia) เวย์โปรตีนช่วยเสริมสร้างโปรตีนที่ย่อยง่าย ลดการฝ่อตัวของกล้ามเนื้อ และมีกรดอะมิโนซีสเทอีนที่ช่วยสร้าง Glutathione ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระหลักของร่างกาย
-
ผู้สูงอายุ เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะเกิดการสูญเสียกล้ามเนื้อ (Sarcopenia) การเสริมเวย์โปรตีนมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและจัดการกับภาวะกล้ามเนื้อเสื่อมตามอายุ ทำให้ร่างกายได้รับโปรตีนที่ย่อยง่ายและรวดเร็ว เพื่อคงสภาพกล้ามเนื้อและกระดูก
-
ผู้ป่วยพักฟื้น / ขาดสารอาหาร ร่างกายต้องการโปรตีนสูงในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและสร้างภูมิคุ้มกัน การเสริมเวย์โปรตีนจะช่วยพัฒนาสถานะโภชนาการ การทำงานของภูมิคุ้มกัน และความสามารถในการทนต่อการรักษาในผู้ป่วยที่ขาดสารอาหาร
ประโยชน์ของเวย์โปรตีน
เวย์โปรตีนได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีคุณสมบัติหลากหลาย ได้แก่ การต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ต้านเนื้องอก กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ลดความดันโลหิต ดูแลสุขภาพลำไส้ ต้านโรคอ้วน ต้านเบาหวาน เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และปกป้องกระดูก
ด้านหัวใจและหลอดเลือด ว่าการเสริมเวย์โปรตีนสามารถลดระดับ LDL Cholesterol ในคนอายุต่ำกว่า 50 ปี และลดลงมากขึ้นเมื่อรวมกับการออกกำลังกาย นอกจากนี้การเสริมเวย์โปรตีนนาน 12 สัปดาห์ขึ้นไปยังช่วยลด Triglyceride ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ด้านสารต้านอนุมูลอิสระ เวย์โปรตีนสามารถช่วยเพิ่มการป้องกันสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติของร่างกาย โดยเฉพาะ Glutathione ซึ่งร่างกายผลิตขึ้นเอง
หลักการทำงานของเวย์โปรตีน

เมื่อเราดื่มเวย์โปรตีนเข้าไป ร่างกายจะทำการย่อยให้กลายเป็น "กรดอะมิโน" (Amino Acids) ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่สุด จากนั้นกรดอะมิโนเหล่านี้จะถูกดูดซึมผ่านกระแสเลือดเพื่อส่งไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะกรดอะมิโนกลุ่ม BCAAs (Branched-Chain Amino Acids) โดยเฉพาะ "ลิวซีน" (Leucine) ที่เปรียบเสมือนปุ่มเปิดสวิตช์การสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายเปลี่ยนโหมดจากการ "สลาย" มาเป็น "การสร้าง" ได้อย่างรวดเร็ว
กินเวย์โปรตีนอย่างไรและกินตอนไหนเวิร์กที่สุด
การกินเวย์โปรตีน (Whey Protein) ให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้นไม่ได้มีข้อจำกัดที่เคร่งครัด เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ปริมาณการกินในแต่ละวัน ช่วงเวลาที่กิน รวมไปถึงวัตถุประสงค์ของการกินด้วยว่าต้องการอะไร ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อ ต้องการเพิ่มน้ำหนัก หรือต้องการควบคุมน้ำหนัก
วิธีการกินเวย์โปรตีน
โดยทั่วไปร่างกายของคนเราต้องการโปรตีน 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แต่ปริมาณการกินเวย์โปรตีน (Whey Protein) ที่เหมาะสมของแต่ละคนนั้นมักจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับช่วงวัยและกิจกรรมในแต่ละวันด้วย หากต้องการประโยชน์ที่คุ้มค่า ควรกินให้ได้เท่ากับที่ร่างกายต้องการ ได้แก่
-
เด็กกำลังโต ต้องการโปรตีน 1.2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
-
ผู้ใหญ่ ต้องการโปรตีน 0.8 - 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
-
ผู้ควบคุมน้ำหนัก ต้องการโปรตีน 1.2 - 1.6 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
-
ผู้ตั้งครรภ์/ให้นมบุตร ต้องการโปรตีน +20 กรัม จากปกติ ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
-
ผู้ที่ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ต้องการโปรตีน 0.8-1.0 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
-
นักกีฬามืออาชีพ ต้องการโปรตีน 1.2-1.7 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
-
นักเพาะกาย ต้องการโปรตีน 2.0 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
เวย์โปรตีนกินตอนไหนดี

การกินเวย์โปรตีน (Whey Protein) ให้ได้ประโยชน์คุ้มค่าที่สุด จะต้องกินในขณะที่ร่างกายมีกรดอะมิโนต่ำ คือช่วงเวลาก่อนนอน หลังตื่นนอน หลังออกกำลังกาย รวมไปถึงช่วงเวลาที่หิว ซึ่งแต่ละช่วงเวลาจะมีความแตกต่างกัน ดังนี้
-
ตอนตื่นนอนทันที
หลังจากที่เราตื่นนอน ร่างกายจะยังไม่ไ่ด้รับสารอาหารใด ๆ เมื่อกินเวย์โปรตีนในตอนนี้ จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมโปรตีนได้ดีและยังช่วยลดการสลายของกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
ตอนก่อนนอน
เป็นอีกช่วงเวลาที่ร่างกายสามารถดึงโปรตีนไปใช้งานได้ดีเช่นกัน เพราะเมื่อเรากินเวย์โปรตีนก่อนเข้านอน ขณะที่นอนหลับโปรตีนก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอภายในร่างกาย และช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ
-
หลังออกกำลังกาย
การกินเวย์โปรตีนในตอนนี้แนะนำให้กินหลังออกกำลังกาย 30-60 นาที จะทำให้ร่างกายที่ผ่านการใช้กล้ามเนื้ออย่างหนักได้ดึงโปรตีนไปใช้ซ่อมแซมและฟื้นฟูไม่ให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อไป
-
เวลาหิว
การกินเวย์โปรตีนในตอนที่หิวจะช่วยให้โปรตีนดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีและออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เวย์โปรตีนส่งผลเสียต่อร่างกายหรือไม่?
สำหรับคนที่มีสุขภาพปกติ เวย์โปรตีนมีความปลอดภัยสูงมาก แต่ก็มีความเข้าใจผิดที่ว่ากินเวย์แล้วจะมีผลต่อไตอาจจะทำให้ไตทำงานหนักหรือพังได้นั้น "ไม่เป็นความจริง" สำหรับคนที่มีไตปกติ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับไตหรือตับ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะการได้รับโปรตีนมากเกินไปอาจทำให้ไตต้องทำงานหนักในการขับของเสียออก นอกจากนี้ถ้ากินมากเกินความต้องการของร่างกาย (Calories Surplus) โปรตีนส่วนเกินก็สามารถเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมได้เช่นกัน
นอกจากนี้เนื่องจากเวย์โปรตีนทำมาจากนม เมื่อกินต่อเนื่องมาก ๆ ก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้ เพราะในนมมีแลคโตสอยู่ โดยผลข้างเคียงได้แก่ ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย และสำหรับคนที่มีอาการแพ้นมวัว อาจเกิดอันตรายจากอาการแพ้ เช่น มีผื่นแพ้ที่ผิวหนัง เกิดความผิดปกติกับระบบทางเดินหายใจ คัดจมูก หายใจไม่สะดวก และอาจส่งผลต่อระบบย่อยอาหารทำให้อาเจียน และถ่ายเหลวได้
สำหรับใครที่มีอาการแพ้นมวัวแต่อยากเสริมโปรตีนให้ร่างกาย สามารถเปลี่ยนไปเลือกโปรตีนชนิดที่มาจากพืช (Plant-based Protein) แทนได้ นับเป็นอีกทางเลือกที่ร่างกายได้รับประโยชน์จากโปรตีนไม่แพ้กัน
นอกจากเรื่องของการแพ้แลคโตสแล้ว อีกหนึ่งผลเสียที่อาจเกิดขึ้นได้หากกินเวย์โปรตีนปริมาณมาก แต่ไม่ออกกำลังกาย นั่นคืออาจเกิดการสะสมไขมันและแป้งในร่างกายมาก ส่งผลให้รูปร่างขยายขึ้นได้เช่นกัน
คนที่แพ้นม อยากกินเวย์โปรตีนทำอย่างไรได้บ้าง?
อย่างที่ได้บอกในข้างต้นแล้วว่าผู้ที่แพ้นมวัวแต่อยากกินเวย์โปรตีนก็สามารถกินได้ เพียงเปลี่ยนมาเลือกโปรตีนชนิดที่มาจากพืช (Plant-based Protein) แทนได้ ซึ่งโปรตีนจากพืชเป็นโปรตีนที่มีกรดอะมิโนสำคัญที่จำเป็นต่อร่างกาย 9 ชนิด ที่สำคัญยังมีไฟเบอร์ที่มีส่วนช่วยสำคัญต่อการขับถ่าย ได้ประโยชน์จากโปรตีนไม่แพ้กันเลย และนี่คือตัวอย่างแหล่งที่มาของโปรตีนชนิด Plant-based Protein ได้แก่
-
ถั่วเหลือง (Soy Beans) แบบดิบปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานโปรตีนถึง 36 กรัม ส่วนแบบสุกนั้นให้โปรตีนประมาณ 11 กรัม เป็นโปรตีนที่เหมาะสำหรับคนที่ควบคุมน้ำหนัก กินแล้วอยู่ท้อง และได้รับโปรตีนไม่แพ้เนื้อสัตว์ ที่สำคัญยังมีใยอาหารสูง ช่วยในเรื่องการขับถ่ายอีกด้วย
-
ข้าวสาลี (Wheat) เป็นพืชที่มี “กลูเตน (Gluten)” ซึ่งเป็นสารกลุ่มโปรตีน ที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย รวมถึง ยังให้พลังงานที่จำเป็นอีกด้วย
-
ควินัว (Quinoa) แบบสุก ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานโปรตีน 4.4 กรัม เป็นแหล่งโปรตีนที่มีกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกาย 9 ชนิดที่ร่างกายไม่สามารถผลิตได้เอง
-
ถั่วลันเตา (Pea) เป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญที่เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก เพราะมีส่วนช่วยเผาผลาญ ช่วยลดระดับฮอร์โมนหิวอีกทั้งยังช่วยกระตุ้นสร้างกล้ามเนื้อใหม่
-
ต้นอ่อนทานตะวัน (Sunflower Sprout) เป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่สำคัญ นอกจากจะมีโปรตีนที่ดีต่อร่างกายแล้ว ยังอุดมไปด้วยวิตามิน B1 B6 วิตามิน C และโอเมก้าอีกด้วย
-
ผักโขม (Spinach) แหล่งโปรตีนจากพืชที่มีโปรตีนสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีคอลลาเจน และยังมีวิตามินแร่ธาตุที่สำคัญอีกมากมาย
*** กรณีที่แพ้แลคโตส (Lactose Intolerance) หรือไม่ทนต่อแลคโตสในระดับปานกลางยังสามารถเลือก Whey Protein Isolate หรือ Whey Protein Isolate ได้ เนื่องจากผ่านการกรองจนแลคโตสเกือบเป็นศูนย์ ส่วนผู้ที่แพ้แลคโตสรุนแรงควรเลือกโปรตีนพืช เช่น Pea Protein, Vegan Protein หรือ Plant Protein แทน ***
ทำไมเราถึงต้องดื่มเวย์โปรตีนเสริม?

หลาย ๆ คนคงเคยตั้งคำถามว่าทำไมเราถึงต้องดื่มเวย์โปรตีนเสริมด้วย ทั้ง ๆ ที่เราสามารถ กินไข่ กินไก่ ก็ได้โปรตีนเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงนั้นการจะกินโปรตีนให้ถึง 1.5 - 2 เท่าของน้ำหนักตัว (สำหรับคนออกกำลังกาย) ต้องใช้ปริมาณอาหารมหาศาล เช่น ต้องกินอกไก่เป็นกิโล ๆ หรือไข่ต้มวันละ 10-20 ฟอง ซึ่งอาจทำให้เราได้รับไขมันส่วนเกินตามมา และที่สำคัญคือความสะดวกสบาย เวย์โปรตีนจึงเข้ามาตอบโจทย์เรื่องความรวดเร็วและการดูดซึมที่อาหารธรรมชาติทำไม่ได้ในทันทีนั่นเอง
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว จะเห็นได้ว่า “โปรตีน” คือหนึ่งในสารอาหารหลักที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ โดยในโปรตีนแต่ละกรัมนั้นประกอบไปด้วยกรดอะมิโนจำเป็นหลากหลายชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ และจำเป็นต้องได้รับจากภายนอกเท่านั้น และในปัจจุบันทุกคนใช้ชีวิตที่เร่งรีบ โปรตีนจากมื้ออาหารปกติเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หรืออาจไม่สามารถตอบโจทย์ด้านความรวดเร็วในการดูดซึมได้
เวย์โปรตีน จึงก้าวเข้ามาเป็นทางเลือกที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวช่วยเสริม ที่ทรงประสิทธิภาพในการเติมเต็มช่องว่างทางโภชนาการ ช่วยให้คุณซ่อมแซมร่างกายและสร้างกล้ามเนื้อได้อย่างที่ตั้งใจไว้ ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ เวย์โปรตีนไม่ใช่ยาวิเศษ แต่เป็นเพียงอาหารเสริมที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเมื่อใช้ควบคู่กับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อนอย่างเพียงพอ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งแนวทางนี้เองก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นหนึ่งในการป้องกันง่าย ๆ ที่จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ชะลอความเสื่อมตามวัย และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวได้อย่างยั่งยืนนั่นเอง
อ้างอิง
https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1756464615004570
https://www.healthline.com/nutrition/10-health-benefits-of-whey-protein
https://journals.sagepub.com/doi/10.1177/1934578X251326124
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12611071/
https://nakpro.com/blogs/blog/whey-protein-and-lactose-intolerance
https://www.healthline.com/nutrition/whey-vs-plant-protein
