Skip to content
Free shipping! Cash on delivery service available.
Free Shipping for Orders over 300 THB
Free shipping! Cash on delivery service available.
Free Shipping for Orders over 300 THB
Free shipping! Cash on delivery service available.
Free Shipping for Orders over 300 THB
Login
0

ในปัจจุบันนี้มีสารพัดวิธีลดน้ำหนักให้เลือกเต็มไปหมด แต่หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคงหนีไม่พ้น การทำ IF (Intermittent Fasting) หรือการกินอาหารเป็นช่วงเวลา เนื่องจากเป็นวิธีที่ค่อนข้างสะดวกและทำได้ง่าย แต่รู้หรือไม่ว่ายังมีอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจไม่แพ้กันและได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน นั่นคือ Atkins Diet หลายคนอาจยังไม่คุ้นหูว่า Atkins Diet คืออะไร บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงแก่นแท้ของ Atkins Diet พร้อมบอกข้อดี ข้อเสีย และแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ว่า Atkins Diet เหมาะกับคุณหรือไม่ และช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือเปล่า

ก่อนอื่นมารู้จักกับความเป็นมาของ Atkins Diet กันก่อน จริง ๆ แล้ว Atkins Diet ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักแบบชั่วคราว แต่เป็นแนวคิดที่พัฒนาขึ้นโดย นายแพทย์ Robert C. Atkins ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจชาวอเมริกัน ในช่วงทศวรรษ 1970 โดยแนวคิดนี้ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือชื่อ "Dr. Atkins' Diet Revolution" ในปี 1972 ซึ่งพลิกวงการลดน้ำหนักในสมัยนั้นที่เน้นการลดไขมันเป็นหลัก มาเป็นการเน้นการลดคาร์โบไฮเดรตแทน

ซึ่งแนวคิดของ Atkins Diet ตั้งอยู่บนหลักการที่ว่าการลดปริมาณคาร์โบไฮเดรต จะช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนไปใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลักแทนการใช้กลูโคสจากคาร์โบไฮเดรต ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่า "Ketosis" ที่ส่งผลให้ร่างกายเผาผลาญไขมันสะสมได้ดีขึ้น ทำให้ลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ว่าแต่ Atkins Diet คืออะไร?

อย่างที่ได้เกริ่นไว้ข้างต้นว่า Atkins Diet เป็นรูปแบบการกินที่เน้นการจำกัดคาร์โบไฮเดรตสูง และเพิ่มปริมาณโปรตีนและไขมัน โดยเฉพาะไขมันดีโดยมีเป้าหมายหลักคือการลดน้ำหนักและปรับสมดุลการเผาผลาญในร่างกาย

ซึ่งหลักการสำคัญของ Atkins Diet ก็คือเมื่อร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตน้อยลง จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดและอินซูลินลดต่ำลง ร่างกายจึงต้องดึงเอาไขมันที่สะสมไว้มาเปลี่ยนเป็นพลังงานแทน ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยลดไขมันส่วนเกินได้อย่างตรงจุด

Atkins Diet ช่วยลดน้ำหนักได้ยังไง? 

Atkins Diet ช่วยลดน้ำหนักได้จากกลไกหลัก ๆ ดังนี้

  • กระตุ้นภาวะคีโตซิส (Ketosis) เมื่อลดคาร์โบไฮเดรต ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะคีโตซิส ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากใช้กลูโคสเป็นพลังงานมาเป็นการใช้ไขมันที่ถูกเปลี่ยนเป็นคีโตน (Ketone) แทน ทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันสะสมได้อย่างต่อเนื่อง

  • ลดความอยากอาหาร โปรตีนและไขมันเป็นสารอาหารที่ช่วยให้อิ่มท้องได้นานกว่าคาร์โบไฮเดรต เมื่อกินอาหารที่มีโปรตีนและไขมันสูงจะช่วยลดความอยากกินจุบจิบลง ทำให้ควบคุมปริมาณแคลอรีรวมในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น

  • ขับน้ำส่วนเกิน การลดคาร์โบไฮเดรตในระยะเริ่มต้นจะช่วยให้ร่างกายขับน้ำส่วนเกินออกไป ทำให้เห็นผลน้ำหนักลดลงได้ค่อนข้างเร็วในช่วงแรกAtkins Diet เน้นกินโปรตีนและเพิ่มไขมันดี

อย่างที่บอกไว้แล้วว่า การลดน้ำหนักแบบ Atkins Diet คือ รูปแบบการกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ แล้วเน้นกินโปรตีน และไขมันดีให้มากขึ้นแทน ซึ่งมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักตัวได้ เนื่องจากพลังงานที่ร่างกายได้รับจากโปรตีนและไขมัน จะทำให้รู้สึกอิ่มท้องนานกว่า ความอยากกินจุบจิบจึงลดลงซึ่งการเน้นโปรตีนและไขมันดีใน Atkins Diet ไม่เพียงแค่ช่วยลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย

  • โปรตีน ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ การรักษามวลกล้ามเนื้อเป็นสิ่งสำคัญในการลดน้ำหนัก เพราะกล้ามเนื้อเป็นแหล่งที่ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดี หากกินโปรตีนไม่พอ ร่างกายอาจจะสลายกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานแทนไขมันได้

  • ไขมันดี ไม่ใช่น้ำมันหมู หรือไขมันทรานส์ แต่เป็นไขมันที่มาจากแหล่งสุขภาพดี เช่น อะโวคาโด, น้ำมันมะกอก, ถั่ว, และปลาทะเลน้ำลึก ซึ่งไขมันดีมีความสำคัญต่อการทำงานของสมองและระบบประสาท ช่วยดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน (A, D, E, K) และยังช่วยให้อิ่มนานอีกด้วย

Atkins Diet มีกี่ระยะและต่างกันอย่างไร?

การลดน้ำหนักแบบ Atkins Diet จะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ  เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวและเรียนรู้วิธีการกินที่ยั่งยืน โดยจะแบ่งออกเป็น ระยะเริ่มต้น, ระยะรักษาสมดุลน้ำหนักที่ลดลง, ระยะก่อนเข้าสู่น้ำหนักตัวที่คงที่ และระยะน้ำหนักที่คงตัวแล้ว โดยแต่ละช่วงเวลาในการทานอาหารจะมีการกำหนดปริมาณของคาร์โบไฮเดรตให้เหมาะสำหรับแต่ละช่วง ทำให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัว ซึ่งส่งผลให้น้ำหนักลดลงอย่างต่อเนื่องจนไปถึงในระดับที่เหมาะสมและคงที่นั่นเอง 

ระยะที่ 1 Induction (ระยะเริ่มต้น)

ในระยะเริ่มต้นของ Atkins Diet ร่างกายจะดึงเอาไขมันสะสมมาใช้เป็นพลังงานแทนคาร์โบไฮเดรต โดยควบคุมการกินคาร์โบไฮเดรตให้เหลือเพียง 20 กรัมต่อวัน อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรืออาจจะเริ่มต้นจากลดเหลือ 40 กรัมต่อวันก่อนก็ได้ 

แหล่งอาหารที่แนะนำสำหรับระยะนี้ ได้แก่ ผักใบเขียว บรอกโคลี ผักโขม หรือผักอื่น ๆ ที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ แต่ไม่จำเป็นต้องจำกัดปริมาณโปรตีนและไขมัน ทั้งนี้ควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอเป็นประจำทุกวันร่วมด้วย ผลลัพธ์ในช่วงแรกนี้อาจพบได้ว่าน้ำหนักสามารถลดลงได้อย่างรวดเร็ว

ระยะที่ 2 Balancing (ระยะรักษาสมดุลน้ำหนักที่ลดลง)

ในระยะนี้ยังจำเป็นต้องจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตอยู่ แต่ค่อยๆ เพิ่มให้มากขึ้นกว่าเดิม หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง โดยควรเพิ่มการกินผลไม้ตระกูลเบอร์รี ถั่ว ธัญพืช ผลไม้ เพื่อหาปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่สมดุลกับร่างกาย ที่จะไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่มสูงขึ้น

ระยะที่ 3 Fine-tuning (ระยะก่อนเข้าสู่น้ำหนักคงที่)

ในระยะที่ 3 ของ Atkins Diet สามารถเพิ่มการกินคาร์โบไฮเดรตให้มากขึ้นได้อีกประมาณ 10 กรัมต่อสัปดาห์ โดยการกินอาหารที่หลากหลายมากขึ้น ในระยะนี้น้ำหนักจะลดลงอย่างช้าๆ หากน้ำหนักกลับเพิ่มสูงขึ้นหรือคงที่ ควรลดคาร์โบไฮเดรตลง

ระยะที่ 4 Maintenance (ระยะน้ำหนักคงตัว)

เมื่อน้ำหนักลดลงมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงน้ำหนักที่เป็นไปตามเป้าหมายแล้ว อาจปรับการ กินคาร์โบไฮเดรตให้เป็นไปตามปกติ หรือจะกินในแบบเดิมเพื่อรักษาน้ำหนักให้คงที่ก็ได้

เคล็ดลับกิน Atkins อย่างไรให้สุขภาพดีและน้ำหนักลดไว

  • เริ่มต้นอย่างช้า ๆ การลดคาร์โบไฮเดรตอย่างกะทันหันอาจทำให้เกิดอาการ "Atkins Flu" เช่น ปวดหัว, อ่อนเพลีย, หรือคลื่นไส้ ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ และเพิ่มเกลือแร่เพื่อช่วยบรรเทาอาการ

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ การกินอาหารที่มีโปรตีนสูงอาจทำให้ไตทำงานหนักขึ้น การดื่มน้ำจะช่วยให้ระบบการทำงานของไตและขับถ่ายดีขึ้น

  • อย่าอดอาหาร เพราะการกินให้ครบ 3 มื้อ และเลือกกินอาหารที่โปรตีนและไขมันดี จะช่วยให้อิ่มนาน ไม่โหยและไม่กลับมากินเยอะในมื้อถัดไป

  • เลือกกินไขมันดี ควรหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัวจากอาหารแปรรูปหรือของทอด แต่ให้เน้นไขมันจากธรรมชาติแทน

  • ออกกำลังกายควบคู่ ถึงแม้ว่า Atkins Diet จะช่วยลดน้ำหนักได้ด้วยตัวเอง แต่การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอและเวทเทรนนิงก็จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญได้ดีขึ้นและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักด้วย Atkins Diet ซึ่งเน้นการจำกัดคาร์โบไฮเดรตนั้น อาจทำให้ร่างกายขาดวิตามินและแร่ธาตุสำคัญได้ เพราะอาหารกลุ่มที่มีวิตามินและแร่ธาตุสูงหลายชนิดมักมีคาร์โบไฮเดรตเป็นองค์ประกอบหลัก เช่น ผลไม้ ธัญพืช และผักบางชนิด ดังนั้น ควรเลือกกินวิตามิน แร่ธาตุ และไฟโตนิวเทรียนท์ ที่ดีต่อการลดน้ำหนัก ได้แก่

  • กรดไฮดรอกซีซินนามิก (Hydroxycinnamic acids) เช่น ซีบัคธอร์น สับปะรด ทับทิม และส้ม มีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยชะลอการดูดซึมน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่ร่างกาย ช่วยลดการสะสมไขมัน และกระตุ้นการเผาผลาญน้ำตาลกลูโคสให้เป็นพลังงาน

  • ฟลาวาโนน (Flavanone) พบมากในส้มและเลมอน มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของการเผาผลาญอาหารในร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถใช้พลังงานจากอาหารได้มากขึ้น

  • แอนโธไซยานิน (Anthocyanin) พบมากในผลไม้สีแดงและสีชมพู เช่น อะเซโรลาและเชอร์รี ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในร่างกายให้เป็นพลังงาน

เมนู Atkins Diet ที่ทำเองได้ง่าย ๆ 

สำหรับใครอยากลองกินแบบ Atkins Diet แต่นึกเมนูอาหารไม่ออกละก็ มาดูเมนูแนะนำที่สามารถนำไปปรับให้เข้ากับสไตล์แต่ละคนกันได้เลย 

  • สลัดปลาแซลมอนย่าง ปลาแซลมอนเป็นแหล่งโปรตีนและไขมันดีเยี่ยม กินคู่กับผักสลัดใบเขียวและน้ำสลัดที่ทำจากน้ำมันมะกอก

  • อกไก่ผัดพริกกระเทียม เน้นโปรตีนจากอกไก่ ผัดกับผักที่ไม่ใช่แป้ง เช่น พริกหวาน, เห็ด, และกระเทียม

  • ไข่คนกับเบคอน เป็นเมนูอาหารเช้าสุดคลาสสิกที่อิ่มนานและทำง่าย

  • สเต๊กเนื้อย่าง เลือกเนื้อสเต๊กที่ไม่มีไขมันเยอะทานคู่กับหน่อไม้ฝรั่งย่างหรือผักโขมผัดกระเทียม

  • แกงเขียวหวานไก่ เลือกใช้กะทิแท้และเนื้อไก่ส่วนอก ใส่ผักที่ไม่ใช่แป้ง เช่น มะเขือเปราะ, พริกชี้ฟ้า

  • สุกี้น้ำกุ้ง กุ้งเป็นอาหารทะเลที่มีโปรตีนสูง และผักกาดหอมก็เป็นผักที่ให้คาร์โบไฮเดรตต่ำ

  • ลาบไก่ย่าง ไก่ย่างเป็นอาหารที่มีไขมันและโปรตีนสูง จึงเหมาะกับการเป็นเมนู Atkins Diet

  • ปลานึ่งมะนาว ปลาไม่ว่าจะเป็น ปลากะพง ปลาทับทิม ปลานิล สามารถเลือกตามชอบได้เลย ซึ่งเนื้อปลามีโปรตีนสูง และมีไขมันดีอยู่มาก 

Atkins Diet กับอาหาร 5 ประเภทที่ห้ามกินเด็ดขาด

อาหาร 5 ประเภท ที่หากอยากให้การลดน้ำหนักแบบ Atkins Diet ได้ผล ต้องห้ามกินเด็ดขาด

  • อาหารที่มีน้ำตาลสูง เนื่องจากให้คาร์โบไฮเดรตสูงตามไปด้วย เช่น เค้ก, น้ำผลไม้, น้ำหวาน, ลูกอม และขนมหวานต่าง ๆ

  • ธัญพืชและแป้งขัดสี เช่น ขนมปังขาว, ข้าวขาว, เส้นก๋วยเตี๋ยว, ข้าวธัญพืช, ข้าวบาร์เลย์, ข้าวสาลี ก็ให้คาร์โบไฮเดรตที่สูงเช่นกัน

  • อาหารที่มีไขมันทรานส์ หรือไขมันที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น นมข้นหวาน, ครีมเทียม, ไก่ทอด, ป๊อปคอร์น รวมถึงอาหารแปรรูป

  • ผักและผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น แคร์รอต, มันฝรั่ง, เผือก, หัวไชเท้า, กล้วย, แอปเปิล, ส้ม, องุ่น (ห้ามกินเฉพาะในระยะเริ่มต้น)

  • ธัญพืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเหลือง, ถั่วเขียว, ถั่วลิสง (ห้ามกินเฉพาะในระยะเริ่มต้น)

ข้อดีของลดน้ำหนักแบบ Atkins Diet

  • การลดน้ำหนักแบบ Atkins Diet คือ สูตรลดน้ำหนักที่มีการจัดแบ่ง 4 ระยะ มีผลดีให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวทีละนิด จนเกิดความเคยชิน 

  • ลดน้ำหนักได้รวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงแรก ซึ่งเป็นแรงจูงใจที่ดี

  • ไม่ทำให้อ่อนเพลีย หรือ มีผลข้างเคียงใด ๆ จากการอดอาหาร

  • ทานอาหารประเภทไขมันและโปรตีนได้ ไม่ทำให้รู้สึกหิวโหย

  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งเป็นผลดีสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน

  • ไม่จำเป็นต้องนับแคลอรี เพราะเน้นการจำกัดคาร์โบไฮเดรตมากกว่าการนับแคลอรี ทำให้ทำได้ง่ายไม่ยุ่งยาก

ข้อเสียของลดน้ำหนักแบบ Atkins Diet

  • อาจเกิดภาวะ "Atkins Flu"  ในช่วงแรกอาจรู้สึกไม่สบายตัว, ปวดหัว, หรืออ่อนเพลีย

  • ความไม่ยืดหยุ่น การจำกัดอาหารบางประเภทอาจทำให้ยากต่อการกินในชีวิตประจำวัน

  • ขาดสารอาหารบางชนิด หากกินผักและผลไม้ไม่เพียงพออาจทำให้ขาดวิตามิน, แร่ธาตุ, และไฟเบอร์ ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการท้องผูกได้

  • อาจส่งผลต่อการทำงานของไต การกินโปรตีนในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้ไตทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะไตบกพร่องอยู่แล้ว

  • ไม่เหมาะกับการทำติดต่อกันเป็นเวลานาน

  • สตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ไม่ควรกินแบบ Atkins Diet

สุดท้ายนี้ การลดน้ำหนักแบบ Atkins Diet ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง แต่อย่างไรก็ตาม การจะลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ให้ได้ผลดีและปลอดภัยนั้นต้องทำความเข้าใจหลักการและวางแผนการกินให้เหมาะสมในแต่ละระยะ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกกินอาหารที่มีคุณภาพ เน้นโปรตีนและไขมันดีจากแหล่งธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จึงจะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ตามเป้าหมายและมีสุขภาพดีในระยะยาวนั่นเองค่ะ 

อ้างอิง

https://www.healthline.com/nutrition/atkins-diet-101#foods-to-eat

https://www.everydayhealth.com/diet-nutrition/atkins-diet.aspx

 

Cart

Your cart is currently empty.

Start Shopping

Select options