ข้ามไปที่เนื้อหา
ช้อปครบ 300 บาท ส่งฟรี! มีบริการเก็บเงินปลายทาง
Free Shipping for Orders over 300 THB
ช้อปครบ 300 บาท ส่งฟรี! มีบริการเก็บเงินปลายทาง
Free Shipping for Orders over 300 THB
ช้อปครบ 300 บาท ส่งฟรี! มีบริการเก็บเงินปลายทาง
Free Shipping for Orders over 300 THB
เข้าสู่ระบบ
0

ปากกาลดน้ำหนัก เทรนด์ฮิตพิชิตหุ่นเฟิร์ม ลดได้จริงหรือแค่กระแสโซเชียล?

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคนี้หรือยุคไหน ๆ รูปลักษณ์ภายนอกมักเป็นสิ่งแรกที่ผู้คนใช้ตัดสินและประเมินค่ากันก่อนสิ่งอื่น จนบางครั้งเรื่องของความสวยหน้าตาดีหรือหุ่นที่ผอมเพรียว กลายเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จ ความมั่นใจ และโอกาสในชีวิตของคนในแต่ละยุคไปซะแล้ว

ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครหลายคนถึงพยายามขวนขวายหาตัวช่วยที่จะทำให้ตัวเองดูดีขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว บางคนเลือกใช้ความอดทนในการออกกำลังกายอย่างหนัก บางคนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน หรือพึ่งพาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่าง ๆ แต่ในปัจจุบันนี้ มีอีกหนึ่งตัวเลือกที่กำลังเป็นกระแสอย่างมากชนิดที่ว่าเลื่อนหน้าฟีดโซเชียลมีเดียไปทางไหน ก็มักจะเห็นเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ ตัวแม่บิวตี้บล็อกเกอร์ หรือแม้แต่ดาราต่างพากันรีวิวและเลือกใช้สิ่งที่เรียกว่าปากกาลดน้ำหนัก (Weight Loss Pen) เป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนัก

แต่ท่ามกลางกระแสของปากกาลดน้ำหนัก ก็มีคนตั้งคำถามว่าจริง ๆ ปากกาลดน้ำหนักนี้สามารถลดน้ำหนักได้จริงหรือ? ดีจริงตามคำล่ำลือหรือเป็นเพียงกระแสชั่วคราว? แล้วมันปลอดภัยแค่ไหน บทความนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกข้อมูลแบบจัดเต็ม เพื่อหาคำตอบว่านวัตกรรมนี้คือของ “จริง”หรือ “แค่กระแส” กันแน่

ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร? 

ปากกาลดน้ำหนัก (Weight Loss Pen) จริง ๆ แล้วคือตัวยากลุ่ม GLP-1 Receptor Agonist ซึ่งเป็นฮอร์โมนสังเคราะห์ที่มีกลไกเลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติในลำไส้ โดยจะหลั่งออกมาหลังรับประทานอาหารเพื่อทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ผ่านการกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน (Insulin) และยับยั้งกลูคากอน (Glucagon) ที่เป็นตัวเพิ่มน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ ตัวยายังช่วยชะลอการบีบตัวและการเคลื่อนที่ของอาหารจากกระเพาะอาหารลงสู่ลำไส้เล็ก ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น พร้อมส่งสัญญาณตรงไปยังสมองเพื่อลดความอยากอาหาร โดยตัวยาจะถูกบรรจุมาในรูปแบบแท่งที่คล้ายกับปากกาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถฉีดเข้าชั้นไขมันใต้ผิวหนังได้อย่างสะดวกและง่ายดาย จึงเป็นที่มาของชื่อเรียก “ปากกาลดน้ำหนัก" ที่นิยมกันในปัจจุบัน

เดิมทีแล้วตัวยาในกลุ่มนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่ 2 เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แต่ในเวลาต่อมามีการค้นพบผลข้างเคียงที่น่าสนใจมาก นั่นคือน้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้นักวิทยาศาสตร์และแพทย์นำมาต่อยอดและอนุมัติให้ใช้เป็นยาเพื่อการลดน้ำหนักโดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

ปากกาลดน้ำหนักสามารถลดน้ำหนักได้จริงหรือไม่

คำตอบคือ ปากกาลดน้ำหนัก สามารถลดน้ำหนักได้จริง ซึ่งมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างชัดเจน จากการศึกษาตัวยา Semaglutide เปรียบเทียบกับยาหลอกในอาสาสมัคร 1,961 คน พบว่าผู้ที่ใช้ยา Semaglutide สามารถลดน้ำหนักลงได้ประมาณ 15% จากน้ำหนักตั้งต้น หรือเฉลี่ยประมาณ 15.3 กิโลกรัม และน้ำหนักจะเริ่มลดตั้งแต่ 4 สัปดาห์แรก โดยลดได้ประมาณ 3-5 กิโลกรัม โดยเฉลี่ย ปากกา 1 ด้ามต่อเดือนสามารถลดได้ 4-5 กิโลกรัม โดยจะเริ่มเห็นผลตั้งแต่สัปดาห์แรก ลดได้ประมาณ 0.5-3 กิโลกรัม

กลไกการออกฤทธิ์ ทำไมฉีดแล้วถึงผอม?

ตัวยาในปากกาลดน้ำหนักนั้นจะทำหน้าที่เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 (Glucagon-like Peptide-1) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สั่งสมองว่าอิ่มแล้ว ไม่ต้องกินอีก ทำให้เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องจะมีความอยากอาหารลดลง ทำให้กินได้ในปริมาณน้อยลง และลดพฤติกรรมกินจุกจิก ซึ่งส่งผลโดยตรงทำให้น้ำหนักลดลง โดยมีกลไกการทำงานหลัก ๆ ดังนี้

  • ลดความหิวจากสมอง ยาออกฤทธิ์กับไฮโปทาลามัสในสมอง จะทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว หิวน้อยลง และลดความอยากอาหาร

  • ชะลอการย่อยอาหาร  ยาทำให้กระเพาะอาหารเคลื่อนตัวช้าลง อาหารค้างในกระเพาะนานขึ้น ส่งผลให้รู้สึกอิ่มนานกว่าปกติ

  • ควบคุมระดับน้ำตาล กระตุ้นการหลั่งอินซูลินเมื่อระดับน้ำตาลสูง และลดการหลั่งกลูคากอน ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ให้ผันผวน

  • ลดการสะสมไขมัน เมื่อกินน้อยลงและระดับน้ำตาลสมดุลขึ้น ร่างกายก็ดึงไขมันสะสมมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้น

ปากกาลดน้ำหนักเหมาะกับใคร?

แม้จะปากกาลดน้ำหนักจะช่วยลดน้ำหนักได้จริง แต่ไม่ใช่ทุกคนจะไปหาซื้อมาใช้เองได้ เพราะปากกาลดน้ำหนักนั้นถูกจัดให้เป็นยาควบคุมพิเศษ ที่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

ปากกาลดน้ำหนักเหมาะกับ

  • ผู้ที่มีดัชนีมวลกาย  (BMI) มากกว่า 30 กก./ตร.ม. (ภาวะโรคอ้วน)

  • ผู้ที่มีดัชนีมวลกาย  (BMI)  มากกว่า 27 กก./ตร.ม. ร่วมกับมีโรคประจำตัวที่เกิดจากความอ้วน เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

  • ผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยวิธีปกติแล้วไม่ได้ผล เช่น คุมอาหารและออกกำลังกายอย่างเต็มที่แล้วแต่น้ำหนักยังไม่ลด

ผู้ที่ห้ามใช้เด็ดขาด 

  • สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร

  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวหรือตนเองเป็น มะเร็งต่อมไทรอยด์บางชนิด (Medullary Thyroid Carcinoma)

  • ผู้ป่วยโรคเนื้องอกในระบบต่อมไร้ท่อ (Multiple Endocrine Neoplasia syndrome type 2)

  • ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ

  • ผู้ป่วยโรคไตขั้นรุนแรง

  • ผู้แพ้ตัวยาในกลุ่ม GLP-1

  • ผู้ที่ใช้ยาบางชนิด และยาบางตัวอาจมีปฏิกิริยากับ GLP-1 ต้องแจ้งแพทย์ทุกครั้ง

วิธีการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

การใช้ปากกาลดน้ำหนักควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่เชี่ยวชาญ ไม่ควรซื้อมาฉีดเอง ถึงแม้ว่าตัวยาถูกออกแบบมาให้อยู่ในรูปแบบปากกาสำเร็จรูปที่ดูเหมือนใช้งานง่ายก็ตาม เพราะตัวยาต้องฉีดเข้าชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (คล้ายการฉีดอินซูลิน) บริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือต้นแขน จึงไม่ควรทำด้วยตัวเอง

ความถี่และการปรับขนาดยา

การใช้ปากกาลดน้ำหนักจะค่อย ๆ มีการปรับขนาดยาเพื่อให้ร่างกายปรับตัวและลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น โดย Liraglutide (Saxenda) เริ่มต้นที่ 0.6 mg/วัน และค่อย ๆ ปรับเพิ่มเป็น 3.0 mg/วัน ตามดุลยพินิจของแพทย์

ตัวยา Semaglutide มีรูปแบบการใช้งาน 2 แบบ คือแบบรับประทานวันละ 1 ครั้งก่อนอาหารเช้าอย่างน้อย 30 นาที และแบบฉีดเข้าใต้ผิวหนังสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

ระยะเวลาของปากกา 1 แท่ง

กลุ่มที่ฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เช่น Semaglutide หรือ Tirzepatide จะใช้ได้ 4 สัปดาห์ (ประมาณ 28-30 วัน) โดยปริมาณยาใน 1 แท่งจะถูกกำหนดมาให้ฉีดได้ 4 โดสพอดี ส่วนกลุ่มฉีดวันละ 1 ครั้ง เช่น Liraglutide จะใช้ได้ประมาณ 17 วัน

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย (มักเกิดช่วงแรก และหายได้เอง)

ในช่วงแรกของการเริ่มใช้งาน อาการที่พบบ่อยคือเวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือท้องผูก โดยอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว เมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวได้อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายใน 2-3 สัปดาห์ 

ผลข้างเคียงรุนแรงที่พบได้น้อย แต่ก็ไม่ควรมองข้าม

นิ่วในถุงน้ำดีเป็นอีกอาการข้างเคียงที่อันตรายแต่พบได้น้อย ผู้ที่มีอาการจะปวดใต้ชายโครงขวา รวมถึงสะบักขวา คลื่นไส้ และอาเจียน

นอกจากนี้ยังมีรายงานถึงความเสี่ยงอื่น ๆ ได้แก่

  • ตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis)  ปวดท้องรุนแรงจากตับอ่อน พบได้น้อยแต่อันตราย

  • มะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิด Medullary มีข้อมูลจากการทดลองในสัตว์ทดลอง ยังไม่ยืนยันชัดเจนในมนุษย์

  • ภาวะน้ำตาลต่ำ (Hypoglycemia) โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้ร่วมกับยาเบาหวานชนิดอื่น

  • ผมร่วง พบบ้างในบางคน มักเกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนักเร็วเกินไป

ปัจจุบันปากกาลดน้ำหนักมีความต้องการสูงมาก จึงเริ่มมีปากกาลดน้ำหนักปลอมหรือสินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานวางขายตามช่องทางออนไลน์จำนวนมาก การใช้ยาดังกล่าวโดยไม่มีแพทย์ดูแลอาจเสี่ยงต่อการได้รับยาผิดขนาด หรือยาที่ปนเปื้อน และเกิดโยโย่เอฟเฟกต์เมื่อหยุดยากระทันหัน

  • ยาปลอม อาจมีการปนเปื้อนสารอันตราย หรือเป็นเพียงน้ำเปล่าที่ไม่มีตัวยา

  • ยาเสื่อมสภาพ ปากกาลดน้ำหนักต้องเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม (แช่เย็น 2-8 องศาเซลเซียส) หากสั่งซื้อออนไลน์ผ่านขนส่งปกติ ตัวยาจะเสื่อมสภาพและใช้ไม่ได้ผล

  • อันตรายถึงชีวิต การใช้ยาโดยไม่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน หรือภาวะขาดน้ำรุนแรงจากการอาเจียน

ปากกาลดน้ำหนักถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือกำลังเผชิญกับโรคอ้วนที่ต้องการตัวช่วยในการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงตัวเอง วิธีนี้จัดว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่พยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีต่าง ๆ มาอย่างเข้มงวดแต่ยังไม่เห็นผล อย่างไรก็ตามการใช้ปากกาลดน้ำหนักนั้น ไม่ใช่เรื่องของกระแสหรือเทรนด์แต่เป็นเรื่องของการรักษาทางการแพทย์ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อนเริ่มใช้ เพื่อรับคำแนะนำในการใช้ยาที่ถูกต้องในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละบุคคล ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างดีที่สุด

สุดท้ายนี้ เราต้องไม่ลืมว่าปากกาลดน้ำหนักนั้นไม่ใช่เวทมนตร์ที่จะเนรมิตหุ่นสวยให้คุณตลอดไป แต่สิ่งสำคัญของการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนแท้จริงนั้นต้องเริ่มจากการปรับพฤติกรรม เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่พอเหมาะ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เพียงการลดความอ้วนหรือการลดน้ำหนักเพื่อให้ได้รูปร่างที่สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้กับร่างกายในระยะยาว เพื่อให้มีสุขภาพที่ดีจากภายในสู่ภายนอก และไม่ต้องพึ่งพายาใด ๆ นั่นเอง


อ้างอิง

https://blog.healthverity.com/glp-1-trends-2025-real-world-data-patient-outcomes-future-therapies

https://newatlas.com/disease/obesity/glp-1-drugs-rebound

https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/40196933/

https://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMoa2511774

รถเข็น

ขณะนี้รถเข็นของคุณว่างเปล่า

เริ่มช้อปปิ้ง

เลือกตัวเลือก