ข้ามไปที่เนื้อหา
ช้อปครบ 500 บาท ส่งฟรี! มีบริการเก็บเงินปลายทาง
Free Shipping for Orders over 500 THB
ช้อปครบ 500 บาท ส่งฟรี! มีบริการเก็บเงินปลายทาง
Free Shipping for Orders over 500 THB
ช้อปครบ 500 บาท ส่งฟรี! มีบริการเก็บเงินปลายทาง
Free Shipping for Orders over 500 THB
เข้าสู่ระบบ
0

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วงนี้กระแสมัทฉะ* (*ตามคำทับศัพท์ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา Matcha จะเขียนว่า “มัตจะ”) กำลังมาแรงและได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ใส่ใจสุขภาพ และผู้ที่มองหาเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนแต่ไม่ชอบดื่มกาแฟ จนเกิดเป็นกระแส “มัทฉะฟีเวอร์” แล้วเคยสงสัยกันไหมว่า… มัทฉะกับชาเขียวต่างกันยังไง? ทั้ง ๆ ที่สีของมัทฉะกับชาเขียวเหมือนกันแต่ชื่อเรียกไม่เหมือนกัน

ก่อนที่เราจะไปหาคำตอบว่าชาเขียวแต่ละแบบคืออะไร เราลองมารู้จักกับที่มาที่ไปของมันกันก่อนเลยดีกว่า! ซึ่งชาเขียวมัทฉะกับชาเขียวกรีนทีนั้น มีการใช้ต้นชาชนิดเดียวกัน นั้นก็คือ Camellia Sinensis บางคนอาจจะงงแล้วแบบนี้ มัทฉะกับชาเขียว ต่างกันยังไงล่ะ? ทั้งสองอย่างจะมีความแตกต่างกันตรงสถานที่ในการเพาะปลูก รวมถึงขั้นตอนในการเก็บเกี่ยว กรรมวิธีในการผลิต และรวมไปถึงลักษณะของชาที่ได้ออกมาด้วยเช่นกัน ไม่เพียงแต่ความแตกต่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น แต่ยังมีความแตกต่างในแง่ของรสชาติ กลิ่น สี เทคนิคในการผลิต วิธีการชงรวมไปถึงราคา

ชาเขียว (Green tea)

ชาเขียว (Green Tea) หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือชาเขียวเซนฉะ (Sencha) มีจุดกำเนิดมาจากประเทศจีน ที่เป็นประเทศต้นตำหรับของการดื่มชามาอย่างยาวนาน โดยชาเขียวกรีนทีนี้ จะมีลักษณะเป็นใบชาเขียวแห้งไม่ใช่ผงชาเขียว กลิ่นหอมของชาจะคล้ายกับกลิ่นหญ้า รสชาติบางเบาทานง่าย รสออกไปทางหวาน ไม่ขมไม่ฝาด เมื่อนำไปชงจะได้เป็นน้ำชาที่มีสีเขียวอ่อนปนเหลือง ลักษณะใส ซึ่งส่วนใหญ่มักจะถูกผสมสีให้มีสีเขียวชัด ๆ และผสมกลิ่นมะลิเข้าไป เพื่อให้ถูกปากและดื่มง่ายขึ้นค่ะ

ชาเขียวกรีนทีได้มาจากการเก็บยอดใบชาที่ปลูกอยู่กลางแจ้ง จากนั้นก็จะนำใบชาไปตากแห้งและอบไอน้ำหรือคั่วด้วยความร้อน ต่อด้วยการนวดและนำใบชาไปอบให้แห้งสนิท โดยไม่ผ่านการบ่มและบดใบชา และเนื่องมาจากกรรมวิธีในการเพาะปลูกและการผลิต ที่ไม่ได้มีความซับซ้อนอย่างชาเขียวมัทฉะ จึงทำให้ชาเขียวกรีนทีนั้นมีราคาที่ถูกกว่าชาเขียวมัทฉะ

มัทฉะ (Matcha)

ชาเขียวมัทฉะ (Matcha) มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น มีจุดเด่นคือจะอยู่ในรูปแบบของผงมัทฉะ สีเขียวมรกตสวยงาม มีกลิ่นหอมอันเย้ายวนของชาเขียวแบบเข้ม ๆ ชวนให้ลิ้มลอง แต่เมื่อได้ลองแล้วจะรู้สึกได้ถึงความเข้มข้นสูงหลังจากที่นำไปชงดื่ม สีของมัทฉะจะไม่ได้มีสีเขียวใสอย่างชาเขียวกรีนที แต่จะมีสีเขียวขุ่นไปจนถึงสีเขียวเข้มแทน อีกทั้งยังสามารถตกตะกอนได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ชาเขียวมัทฉะยังมีขั้นตอนในการเพาะปลูกที่ซับซ้อนและเคร่งครัดอย่างมากอีกด้วย นั่นก็คือการทำให้ใบชาปกติอยู่ในรูปแบบของใบชาเทนฉะ (Tencha) นั่นเอง ใบชาเทนฉะหรือใบชามัทฉะ จะถูกปลูกอย่างทะนุถนอม ห้ามโดนแสงแดดโดยตรงอย่างเด็ดขาด จึงมีการปลูกไว้ในที่ร่ม 20 วันขึ้นไป เพื่อให้ได้ใบชาที่มีสีเขียวเข้มสวย และด้วยเหตุนี้เอง ระยะเวลาในการปลูก แหล่งปลูก สภาพอากาศ ดิน และฤดูกาลที่เก็บเกี่ยว จึงมีผลต่อสีและรสชาติไม่แพ้ไปกว่ากรรมวิธีในการผลิตนั่นเอง

ส่วนกรรมวิธีในการทำใบชาเทนฉะให้เป็นผงมัทฉะ ก็คือการเก็บยอดใบชาไปอบไอน้ำ ทำให้ใบชาแห้ง และโม่บดเพื่อให้ได้เป็นผงมัทฉะละเอียด ๆ ออกมา ทั้งนี้ผงชาเขียวมัทฉะก็มีอยู่หลายเกรดหลายระดับ ทั้งกลิ่นหอม รสสัมผัส สี และรวมไปถึงความละเอียดด้วย ซึ่งแต่ละเกรดก็จะเหมาะกับการนำไปใช้งานที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการชงเครื่องดื่มร้อน เครื่อมดื่มเย็น ผสมเบเกอรี ทำไอศกรีม หรือการนำไปใช้ชงในพิธีการสำคัญก็ตาม

ความแตกต่างของมัทฉะกับชาเขียว

จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น หลาย ๆ คนคงจะเห็นภาพรวมและพอจะแยกออกกันบ้างแล้วใช่มั้ยคะ ว่าชาเขียวชนิดไหนเป็นอย่างไร งั้นเรามาลองดูรายละเอียดของความแตกต่างระหว่างมัทฉะกับชาเขียวแบบเปรียบเทียบ แบ่งแยกเป็นหัวข้อต่าง ๆ ที่ชัดเจนขึ้นกันเลย

ลักษณะของชา

  • มัทฉะ มาในรูปแบบของ ผงละเอียด คล้ายแป้งที่สามารถละลายน้ำได้ทันที

  • ชาเขียว มาในรูปแบบของ ใบชาแห้ง ที่ต้องนำไปชง ไม่สามารถละลายน้ำได้

การปลูกต้นชา

  • มัทฉะ ใบชาที่จะนำมาทำมัทฉะจะถูกปลูกใน ที่ร่ม และมีการกางผ้าคลุมเพื่อป้องกันแสงแดดโดยตรง วิธีนี้ช่วยกระตุ้นให้ใบชาผลิตคลอโรฟิลล์มากขึ้น ทำให้มัทฉะมีสีเขียวเข้มกว่า

  • ชาเขียว ใบชาจะถูกปลูกใน ที่กลางแจ้ง เหมือนชาชนิดอื่น ๆ ทั่วไป

กรรมวิธีการผลิต

ทั้งมัทฉะและชาเขียว จะไม่มีการบ่มใบชา ทำให้สีไม่เปลี่ยนไปจากเดิมหลังเก็บเกี่ยว แต่มีขั้นตอนที่ต่างกันหลังการอบแห้ง

  • มัทฉะ หลังจากอบแห้ง ใบชาจะถูกนำไป บดให้ละเอียด จนกลายเป็นผงมัทฉะ

  • ชาเขียว ใบชาจะถูกนำไปใช้งานต่อในลักษณะของใบชาแห้ง

กลิ่นและรสชาติ

  • มัทฉะ มีรสชาติ เข้มข้น มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว บางคนอาจรู้สึกว่าดื่มยาก จึงนิยมนำไปผสมกับนมเป็นมัทฉะลาเต้

  • ชาเขียว รสชาติ หวานอ่อน ๆ ไม่ขม ไม่ฝาด สดชื่น มีกลิ่นคล้ายหญ้าหรือสาหร่าย และมักนิยมนำไปอบกับดอกมะลิเพื่อให้มีกลิ่นหอมและดื่มง่ายขึ้น อาทิ ชาเขียวมะลิ

สีของชา

  • มัทฉะ เมื่อชงแล้วจะมีสีเขียวที่ เข้มกว่าและขุ่นกว่า ชาเขียวกรีนที และจะมีการตกตะกอนมากกว่าเมื่อตั้งทิ้งไว้

  • ชาเขียว เมื่อชงแล้วจะมีน้ำชาเป็นสี เขียวใส

ประโยชน์ทางโภชนาการ

แม้จะมีความแตกต่างกันหลายอย่าง แต่ประโยชน์ที่ได้รับจากการดื่มมัทฉะและชาเขียว นั้นใกล้เคียงกัน เพราะมาจากใบชาชนิดเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การดื่มมัทฉะจะได้รับสารอาหารมากกว่า เนื่องจากเป็นการบริโภคใบชาทั้งใบที่ถูกบดเป็นผง จึงไม่มีการแยกกากใยออกเหมือนการดื่มชาเขียวกรีนทรีนั่นเอง และเนื่องจากมัทฉะมีความเข้มข้นสูงจึงให้สารอาหารที่มากกว่าชาเขียวทั่วไป 5-10 เท่า หลัก ๆ แล้วจะให้ประโยชน์ในเรื่องของช่วยในการเผาผลาญไขมัน มีทั้งแร่ธาตุและกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย แค่ดื่มเป็นประจำทุกวัน

หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่ามัทฉะนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของการช่วยเผาผลาญไขมัน นั่นเป็นเพราะในมัทฉะอุดมไปด้วย สารคาเทชิน (Catechins) โดยเฉพาะ EGCG (Epigallocatechin Gallate) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระทรงพลังที่มีส่วนช่วย เพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันและพลังงานของร่างกาย ทำให้มีพลังงานอย่างต่อเนื่องและลดความเครียดได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ มัทฉะยังมี แอล-ธีอะนีน (L-Theanine) สูง ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ช่วยให้คุณรู้สึก สงบ ผ่อนคลาย แต่ยังคงตื่นตัวและมีสมาธิ ทำได้รับพลังงานอย่างต่อเนื่องโดยไม่กระวนกระวายเหมือนการดื่มกาแฟนั้นเอง

และคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมทั้งหมดนี้ ก็มีอยู่ใน Matcha Plus Organic Chia Seed (ชาเขียวมัทฉะผสมเมล็ดเจียออร์แกนิก) จาก Body Shape ผงมัทฉะคุณภาพเยี่ยมที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ดื่มง่าย และอุดมไปด้วยคุณประโยชน์เพื่อสุขภาพที่ครบครันในแก้วเดียว

ใน Matcha Plus ไม่ได้มีแค่ EGCG ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและกระตุ้นการเผาผลาญไขมันเท่านั้น แต่ยังเสริมด้วยเมล็ดเจียออร์แกนิกและกัวร์กัม ซึ่งมีใยอาหารจากธรรมชาติสูง ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ลดความอยากอาหารระหว่างวันได้ดีเยี่ยม และที่พิเศษไปกว่านั้นเรายังเพิ่ม คอลลาเจน 3 ชนิด ที่ช่วยเสริมสร้างและเติมเต็มสุขภาพผิวให้เปล่งปลั่งจากภายในสู่ภายนอกอีกด้วย

Matcha Plus หนึ่งแก้วให้พลังงานเพียง 60  kcal เท่านั้น ทำให้คุณสามารถดื่มด่ำกับเครื่องดื่มแก้วโปรดนี้ได้ทุกวันอย่างสบายใจ โดยไม่ต้องรู้สึกผิด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ลดน้ำตาล หรือผู้ที่รักสุขภาพอย่างแท้จริง

สุดท้าย แม้ว่ามัทฉะจะดีต่อสุขภาพแค่ไหน ก็อย่าลืมว่าการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่กันไป เพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างแท้จริงทั้งจากภายในและภายนอกค่ะ

 

รถเข็น

ขณะนี้รถเข็นของคุณว่างเปล่า

เริ่มช้อปปิ้ง

เลือกตัวเลือก