ข้ามไปที่เนื้อหา
ช้อปครบ 300 บาท ส่งฟรี! มีบริการเก็บเงินปลายทาง
Free Shipping for Orders over 300 THB
ช้อปครบ 300 บาท ส่งฟรี! มีบริการเก็บเงินปลายทาง
Free Shipping for Orders over 300 THB
ช้อปครบ 300 บาท ส่งฟรี! มีบริการเก็บเงินปลายทาง
Free Shipping for Orders over 300 THB
เข้าสู่ระบบ
0

ไข่ต้ม เมนูสามัญประจำบ้าน สรุปแล้วช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ?

ถ้าพูดถึงเมนูอาหารที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอ เชื่อว่า “เมนูไข่” ต้องติดอันดับท็อปทรีอย่างแน่นอน ตั้งแต่ตื่นเช้าเจอไข่ลวกในร้านกาแฟโบราณ มื้อเที่ยงรีบ ๆ ก็ต้องกระเพราไข่ดาว หรือมื้อเย็นที่นึกอะไรไม่ออกก็จบที่ไข่เจียวฟู ๆ ราดข้าว และยิ่งอยู่ในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบและค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นแบบนี้ ไข่จึงกลายเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดีที่ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์มากที่สุด จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็น Superfood ฉบับบ้าน ๆ เลยก็ว่าได้

พักหลังมานี้ ถ้าใครสังเกตในโซเชียลมีเดียหรือกลุ่มคนรักสุขภาพ เรามักจะเริ่มเห็นเทรนด์การกินไข่ที่เปลี่ยนไป จากข้าวไข่เจียวอมน้ำมัน หรือไข่ดาวทอดร้อน ๆ หลายคนหันมาเริ่มกิน “ไข่ต้ม” กันมากขึ้น เพราะทุกวันนี้หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพและรูปร่างกันมากขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับการบริโภคโปรตีนกันมากขึ้น ทำให้ไข่ต้มกลายเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกและคุณค่าทางโภชนาการ จีงไม่แปลกที่เรามักจะเห็นคนพกไข่ต้มเป็นของว่างติดตัว หรือเลือกเพิ่มไข่ต้มลงในเมนูอาหารแทนที่จะเป็นเมนูไข่ทอดที่มีน้ำมันสูง เพราะเชื่อว่านี่เป็นวิธีดูแลสุขภาพที่ทำได้ง่าย และประหยัดมากที่สุด แต่ในความง่ายนั้น ก็ยังมีเสียงแตกออกเป็นสองฝ่าย บางคนก็ว่ากินไข่ต้มแล้วน้ำหนักลดจริง แต่บางคนก็แอบกังวลว่าถ้ากินไข่ในปริมาณที่เยอะเกินไปคอเลสเตอรอลจะพุ่งรึเปล่า หรือจริง ๆ แล้วเราต้องกินแค่ไข่ขาวอย่างเดียวถึงจะลดความอ้วนได้ 

บทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับไข่ต้มกันให้มากขึ้น ว่ากินไข่ต้มทุกวันลดความอ้วนได้จริงไหม? กินไข่ต้มช่วงเวลาไหนช่วยอะไรบ้าง แล้วกินอย่างไรจึงจะเห็นผล ถ้าอยากรู้แล้วก็ตามมาอ่านกันต่อได้เลย

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับประโยชน์ของไข่ไก่กันก่อน

ไข่ไก่ ถือเป็นสุดยอดอาหารที่ให้สารอาหารครบถ้วน เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบทุกชนิด ซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากโปรตีนแล้วในไข่แดงยังมีสารโคลีนที่ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท ช่วยเรื่องความจำและการเรียนรู้ได้ดี อีกทั้งยังมีลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญในการช่วยบำรุงสายตาและป้องกันจอประสาทตาเสื่อม การรับประทานไข่ยังช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องนานขึ้น จึงเป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือดูแลสุขภาพในระยะยาว เพราะไข่หนึ่งฟองให้พลังงานเพียงประมาณ 70-80 แคลอรี แต่กลับเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุสำคัญอย่างวิตามิน A, D, E และซีลีเนียม (Selenium) ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงอีกด้วย 

ประโยชน์ของไข่ต้ม

การกินไข่ต้ม ถือเป็นวิธีที่สะอาดและได้รับสารอาหารครบถ้วนที่สุด เพราะไม่ต้องผ่านความร้อนที่สูงเกินไปจนทำลายวิตามิน และที่สำคัญคือปราศจากไขมันส่วนเกินจากน้ำมันหรือเนย เพราะไม่ผ่านการทอดหรือเจียว 

  • ไข่ต้มอุดมไปด้วยโปรตีนสูง วิตามิน A, B, D, E และแร่ธาตุสำคัญ เช่น สังกะสี เหล็ก แคลเซียม ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และเพิ่มภูมิคุ้มกัน

  • ไข่ต้มช่วยลดน้ำหนักได้จริงเพราะให้พลังงานต่ำ (70-80 แคลอรีต่อฟอง) แต่อิ่มนาน โปรตีนช่วยเผาผลาญไขมันและควบคุมน้ำตาลในเลือด

  • ถ้าอยากลดความอ้วน ควรกินไข่ต้มทุกวันร่วมกับการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ คุมแคลอรีต่อวันให้เหมาะสม ไม่ปรุงซอสหรือน้ำจิ้มเพิ่ม เพราะอาจทำให้เพิ่มแคลอรีมากขึ้นกว่าเดิมได้

  • ควรกินไข่ต้ม 1-3 ฟองต่อวัน ร่วมกับผักใบเขียว ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนไขมันต่ำอื่น ๆ ดื่มน้ำมาก ๆ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อการลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพ

กินไข่ต้มทุกวัน มีประโยชน์ยังไง?

ช่วงหลัง ๆ มานี้เรามักจะเห็นเทรนด์ลดน้ำหนักด้วยการกินไข่ต้มแพร่หลายมาก ๆ ในหมู่คนรักสุขภาพ และลดน้ำหนัก มาดูกันว่าการกินไข่ต้มทุกวันมีประโยชน์ยังไงบ้าง

1. ช่วยลดน้ำหนักได้รวดเร็วขึ้น (Accelerated Weight Loss)

การกินไข่ต้มสามารถช่วยเร่งการลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญผ่านกระบวนการ Thermic Effect of Food (TEF) ซึ่งร่างกายต้องใช้พลังงานในการย่อยโปรตีนมากกว่าไขมันหรือคาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้โปรตีนในไข่ยังช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อในช่วงที่ไขมันลดลง ซึ่งกล้ามเนื้อถือเป็นแหล่งเผาผลาญพลังงานหลักของร่างกาย อีกทั้งไข่ต้มยังให้พลังงานต่ำเพียงประมาณ 70 แคลอรีต่อฟอง แต่อิ่มนานจากสารอาหารสำคัญอย่างวิตามิน D และโคลีน (Choline) รวมถึงช่วยลดระดับฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) ที่กระตุ้นความหิว ทำให้ควบคุมความอยากอาหารได้ดีขึ้น ไม่หิวง่ายหรือกินจุบจิบระหว่างวัน

2. แหล่งโปรตีนคุณภาพสูง (High-Quality Protein)

โปรตีนในไข่ต้มถือเป็นมาตรฐานสูงสุดที่มีค่า Biological Value ถึง 100 ซึ่งหมายความว่าร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ได้เกือบทั้งหมด โดยโปรตีนเหล่านี้อุดมไปด้วยกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ จึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ รวมถึงช่วยกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนและเอนไซม์ต่าง ๆ ทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโต และด้วยความที่เป็นโปรตีนคุณภาพสูงที่ย่อยง่าย จึงทำให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

3. อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญ (Essential Nutrients)

ไข่ต้มเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อร่างกาย ไม่ได้มีแค่โปรตีนคุณภาพสูงเท่านั้น แต่ในไข่แดงยังมีไขมันดีที่ช่วยในการดูดซึมวิตามินและให้พลังงาน พร้อมทั้งอัดแน่นด้วยวิตามินหลากหลายชนิด เช่น วิตามิน A, D, E, B12 และโฟเลต (Folate) ที่มีส่วนช่วยบำรุงสายตา เสริมความแข็งแรงของกระดูก ดูแลผิวพรรณ ระบบประสาท และช่วยในการสร้างเม็ดเลือด นอกจากนี้ยังมีโคลีน (Choline) ที่ช่วยเสริมการทำงานของสมอง ความจำ และระบบประสาท รวมถึงลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญที่พบในไข่แดง ช่วยบำรุงสายตาและลดความเสี่ยงของจอประสาทตาเสื่อม อีกทั้งยังมีวิตามินดีที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้นเพื่อเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง เสริมด้วยแร่ธาตุอย่างธาตุเหล็ก สังกะสี และซีลีเนียม ที่มีบทบาทในการสร้างเม็ดเลือด เสริมภูมิคุ้มกัน และช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ไข่ต้มเป็นอาหารที่ครบคุณค่าและดีต่อสุขภาพในหลายด้าน

4. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด (Blood Sugar Control)

ไข่ต้มเป็นอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) ต่ำมาก และแทบไม่มีคาร์โบไฮเดรต จึงช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ไม่พุ่งสูงอย่างรวดเร็วหลังมื้ออาหาร ส่งผลให้ร่างกายไม่ต้องหลั่งอินซูลินมากเกินไป ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการสะสมไขมัน นอกจากนี้ ไข่ต้มยังอุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพสูงที่ช่วยชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต ทำให้อิ่มนานและลดความอยากอาหารได้ดีขึ้น รวมถึงไขมันดีในไข่ที่มีส่วนช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล จึงถือเป็นอาหารที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กินไข่ต้มทุกวันลดความอ้วนได้จริงไหม?

กินไข่ต้มทุกวันช่วยลดความอ้วนได้จริงไหม คำตอบคือ จริง แต่ต้องกินอย่างถูกวิธี มีงานวิจัยจำนวนมากยืนยันว่าคนที่เลือกกินไข่เป็นมื้อเช้ามักจะอิ่มนานกว่าคนที่ทานขนมปังหรือซีเรียล เนื่องจากโปรตีนในไข่ต้มช่วยยับยั้งฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนความหิว และกระตุ้นฮอร์โมน PYY ที่ทำให้รู้สึกอิ่ม ส่งผลให้ลดการกินจุบจิบระหว่างวันได้โดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักด้วยการกินไข่ต้มเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบและเสี่ยงต่อการเกิดโยโย่เอฟเฟกต์ได้ ดังนั้นแนวทางที่เหมาะสมกว่าคือการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีนควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไข่ต้มจึงถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากลดน้ำหนัก เพราะให้โปรตีนสูง แคลอรีต่ำ และช่วยให้อิ่มนาน แต่ก็ควรกินในปริมาณที่เหมาะสม และหากมีภาวะสุขภาพอย่างคอเลสเตอรอลสูง ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง หรือเป็นผู้สูงอายุ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อวางแผนการกินที่เหมาะสม และยังคงต้องรับประทานอาหารให้หลากหลายครบถ้วนเพื่อสุขภาพที่สมดุลในระยะยาว

ลดน้ำหนักด้วยไข่ต้ม กินยังไงให้ได้ผลและไม่ขาดสารอาหาร

การลดน้ำหนักด้วยไข่ต้มสามารถทำได้จริง หากเลือกกินอย่างถูกวิธีและใส่ใจความสมดุลของสารอาหาร โดยการกินไข่ต้มทุกวันอาจไม่เหมาะกับทุกคน จึงควรรับประทานควบคู่กับอาหารให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน หากอยากลดน้ำหนักด้วยไข่ต้มให้ได้ผลดีและไม่ขาดสารอาหาร สามารถทำตามง่าย ๆ ดังนี้

1. กินอาหารให้ครบ 5 หมู่
ไม่ควรกินไข่ต้มเพียงอย่างเดียว เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น ควรเสริมด้วยผัก ผลไม้ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน และไขมันดี เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน ช่วยให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพและลดโอกาสโยโย่

2. คุมแคลอรีให้เหมาะสม
แม้ไข่ต้มจะมีแคลอรีไม่สูง แต่ควรควบคุมพลังงานรวมในแต่ละวัน โดยหลักคือกินให้น้อยกว่าที่ร่างกายใช้ ผู้หญิงควรได้รับประมาณ 1,500-2,000 แคลอรีต่อวัน และผู้ชายประมาณ 2,000-2,500 แคลอรี การลดลงวันละ 500-1,000 แคลอรี จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. หลีกเลี่ยงการปรุงเพิ่ม
ควรเลี่ยงไข่ทอดหรือไข่เจียวที่ใช้น้ำมัน รวมถึงการกินไข่ต้มคู่กับมายองเนสหรือน้ำจิ้มหวาน เพราะจะเพิ่มทั้งไขมันและน้ำตาล ทำให้พลังงานสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น การกินแบบเรียบง่ายจะช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่า

4. ออกกำลังกายควบคู่กัน
ไข่ต้มเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้อิ่มนานและควบคุมความหิวได้ดี เมื่อทำร่วมกับการออกกำลังกาย เช่น คาร์ดิโอ เวทเทรนนิ่ง หรือโยคะ สัปดาห์ละ 3-5 วัน ครั้งละ 30-60 นาที จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญ กระชับรูปร่าง และเสริมความแข็งแรงของร่างกาย

ช่วงเวลาการกินไข่ต้มเพื่อลดน้ำหนัก

  • มื้อเช้า (07:00-09:00)
    ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการกินไข่ต้ม เพราะโปรตีนสูงช่วยลดระดับ Ghrelin (ฮอร์โมนความหิว) ทำให้อิ่มนาน และช่วยลดปริมาณแคลอรีที่บริโภคตลอดทั้งวัน โดยมีงานวิจัยสนับสนุนว่าสามารถลดพลังงานได้ถึงประมาณ 400 กิโลแคลอรีต่อวัน (ปริมาณแนะนำ 2 ฟอง)

  • ก่อนออกกำลังกาย 1 ชั่วโมง
    ช่วยเตรียมร่างกายให้พร้อมด้วยกรดอะมิโน ลดโอกาสการสลายกล้ามเนื้อ (Muscle Catabolism) ระหว่างออกกำลังกาย (ปริมาณแนะนำ 1-2 ฟอง)

  • หลังออกกำลังกาย (30-60 นาที)
    เป็นช่วง Anabolic Window ที่ร่างกายดูดซึมโปรตีนได้ดีที่สุด ไข่ต้มจึงช่วยเสริมการสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ปริมาณแนะนำ 2-3 ฟอง)

  • ของว่างยามบ่าย (14:00-16:00)
    เหมาะสำหรับใช้แทนขนมหวานหรือของขบเคี้ยวที่มีน้ำตาลสูง ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ลดอาการง่วง และลดความอยากของหวานในช่วงบ่าย (ปริมาณแนะนำ 1-2 ฟอง)

  • ก่อนนอน (ไม่แนะนำ)
    ช่วงเวลากลางคืนระบบเผาผลาญทำงานช้าลง หากจำเป็นควรเลือกทานเฉพาะไข่ขาว เพื่อหลีกเลี่ยงไขมันจากไข่แดง (ปริมาณแนะนำ ไข่ขาว 1-2 ฟองเท่านั้น)

ข้อควรระวังและปริมาณที่เหมาะสม

ถึงแม้ว่าไข่ต้มจะมีประโยชน์มาก แต่ถ้ากินมากจนเกินไปก็มีผลเสียอยู่เช่นกัน ซึ่งปริมาณการกินนั้นอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละคน โดยขึ้นอยู่กับสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ดังนี้

ปริมาณที่แนะนำ

ปริมาณการกินไข่ไม่เท่ากันในทุกคน โดยควรพิจารณาจากสุขภาพและระดับการใช้พลังงานในแต่ละวัน

  • คนสุขภาพดีทั่วไป
    สามารถกินไข่ได้วันละ 1-3 ฟอง โดยไม่ส่งผลต่อคอเลสเตอรอล

  • เด็กและวัยเจริญเติบโต
    แนะนำวันละ 1 ฟอง เพื่อช่วยเสริมพัฒนาการของสมองและร่างกาย

  • ผู้สูงอายุที่ไม่ปัญหาสุขภาพ
    วันละ 1 ฟอง ช่วยชะลอการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และบำรุงสายตา

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง ควรจำกัดไข่แดง
    โดยแนะนำไข่ทั้งฟองประมาณ 3-4 ฟองต่อสัปดาห์ และสามารถเพิ่มไข่ขาวได้

  • นักกีฬาและคนออกกำลังกาย
    วันละ 3-5 ฟอง (เน้นไข่ขาว) เพื่อเสริมโปรตีนสำหรับซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อ

ข้อควรระวัง หากกินไข่ในมากเกินไป

แม้ไข่จะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ แต่การกินมากเกินความจำเป็นก็อาจส่งผลเสียได้

  • ท้องอืด แน่นท้อง
    เนื่องจากไข่มีสารซัลเฟอร์ อาจทำให้เกิดก๊าซในระบบทางเดินอาหาร

  • ขาดสมดุลทางโภชนาการ
    หากกินไข่แทนมื้ออาหารหลัก อาจทำให้ได้รับใยอาหารไม่เพียงพอ เสี่ยงท้องผูก

  • พลังงานเกินความจำเป็น
    ไข่ 1 ฟองให้พลังงานประมาณ 70-80 แคลอรี
    หากกินวันละ 5-6 ฟอง โดยไม่ออกกำลังกาย อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มได้

เลือกขนาดไข่ไก่อย่างไรให้เหมาะ

เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยบ้างแหละว่าเวลาที่ซื้อไข่ทำไมต้องมีเบอร์แตกต่างกันออกไป ซึ่งไข่ไก่แต่ละเบอร์นั้น ไม่ได้มีแค่ขนาดต่างกันแค่ความใหญ่-เล็ก เท่านั้นแต่ยังส่งผลต่อปริมาณสารอาหารที่ร่างกายได้รับในแต่ละวันด้วย การเลือกให้เหมาะกับช่วงวัยและไลฟ์สไตล์จึงช่วยให้ได้ประโยชน์จากไข่อย่างเต็มที่มากขึ้น

  • กลุ่มคนออกกำลังกายประจำและนักกีฬา เหมาะกับไข่เบอร์ 0-1 (น้ำหนัก 65 - 75 กรัม) 

เพื่อเน้นโปรตีนสูงจากไข่ขาว ไข่ขนาดใหญ่สุดจึงมีความเหมาะสมเพราะปริมาณไข่ขาวจะมีมากกว่าขนาดอื่น และไข่ขาวเองก็ไม่มีคลอเรสเตอรอลเลย จึงสามารถทานได้โดยไม่ไปเพิ่มไขมัน โปรตีนจากไข่จะไปสร้างเป็นกล้ามเนื้อจึงจำเป็นมากกว่ากลุ่มอื่น ในขณะเดียวกันก็ยังได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอื่น ๆ จากไข่แดงอีกด้วย

  • เด็ก คนทั่วไป และผู้ที่ลดน้ำหนัก เหมาะกับไข่เบอร์ 2-3 (น้ำหนัก 55 - 65 กรัม) 

เพื่อการได้รับทั้งสารอาหารครบถ้วนและเพียงพอในการใช้พลังงานแต่ละวัน รวมถึงโปรตีนจากไข่ขาวจะถูกนำไปซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และการที่คนลดน้ำหนักทานแค่ไข่ขนาดกลาง ๆ เนื่องจากคนลดน้ำหนักถ้าทานโซเดียมมากไปอาจน้ำหนักขึ้นเพราะบวมเค็มได้ แต่ทั้งนี้ก็ไม่อยากให้ไม่ทานเลยเพราะร่างกายบางครั้งยังคงต้องการโซเดียมเพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย ซึ่งยังสามารถตามหาสารอาหารนี้ได้จากไข่ขนาดกลาง ๆ นั่นเอง

  • ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยบางโรค เหมาะกับไข่เบอร์ 4-5 (น้ำหนัก 45 - 55 กรัม) 

เพื่อเป็นการคุมไม่ให้ได้รับโซเดียมในไข่ขาวมากไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการตัวบวม หรือความดันโลหิตสูงได้ แต่ในไข่เองก็ยังเป็นแหล่งวิตามินและโปรตีนที่จำเป็นในการช่วยเสริมร่างกายในแต่ละวันของคนกลุ่มนี้ได้ดี เพราะฉะนั้นการเลือกทานอย่างพอดีปริมาณเหมาะสมจึงลดโอกาสการเกิดความเสี่ยงได้บ้างนั่นเอง


*** จริง ๆ แล้วการเลือกเบอร์ไข่เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น ไม่จำเป็นต้องเป๊ะตามขนาดเสมอไป สิ่งสำคัญคือการควบคุมปริมาณการกินต่อวันให้เหมาะกับน้ำหนักตัว เป้าหมายสุขภาพ และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากไข่อย่างสมดุลและปลอดภัยที่สุดเท่านั้น ***

5 เมนูไข่ต้มลดน้ำหนักแบบง่าย ๆ 

  1. ไข่ต้มกับสลัดผักรวม

เมนูไข่ต้มกับสลัดผักรวมนี้ให้พลังงานทั้งหมด 250 kcal มาจากไข่ต้ม 2 ฟอง (140 kcal), ผักสลัดรวม 2 ถ้วย ผักโขม บรอกโคลี แคร์รอต แตงกวา (50 kcal), น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา มะนาว พริกไทยดำ (40 kcal), เมล็ดฟักทอง 1 ช้อนโต๊ะ (20 kcal) อีกทั้งยังได้รับสารอาหารต่าง ๆ ดังนี้

  • โปรตีน 16g

  • คาร์บ 12g

  • ไขมัน 14g

  • ใยอาหาร 5g

เหมาะสำหรับ มื้อเช้า หรือมื้อกลางวัน

  1. ไข่ต้มกับอกไก่และบรอกโคลีนึ่ง

เมนูไข่ต้มกับอกไก่และบรอกโคลีนึ่ง ให้พลังงานทั้งหมด 310 kcal มาจากไข่ต้ม 2 ฟอง (140 kcal), อกไก่ต้ม 60g (100 kcal), บรอกโคลีนึ่ง 1 ถ้วย (55 kcal), พริกไทยดำ น้ำมะนาว สมุนไพร (15 kcal) อีกทั้งยังได้รับสารอาหารต่าง ๆ ดังนี้

  • โปรตีน 38g

  • คาร์บ 8g

  • ไขมัน 12g

  • ใยอาหาร 4g

เหมาะสำหรับ มื้อกลางวันหรือหลังออกกำลังกาย เพราะให้โปรตีนสูงมาก

  1. ไข่ต้มกับอาโวคาโดและขนมปังโฮลวีต

เมนูไข่ต้มกับอาโวคาโดและขนมปังโฮลวีต ให้พลังงานทั้งหมด 380 kcal มาจากไข่ต้ม 2 ฟอง (140 kcal), อะโวคาโด ½ ลูก (120 kcal), ขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น (80 kcal), มะเขือเทศเชอร์รี 5 ลูก (20 kcal), เกลือทะเล พริกป่น (5 kcal) อีกทั้งยังได้รับสารอาหารต่าง ๆ ดังนี้

  • โปรตีน 17g

  • คาร์บ 22g

  • ไขมัน 24g

  • ใยอาหาร 8g

เหมาะสำหรับ มื้อเช้า เพราะมีไขมันดีสูง อิ่มนาน ช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่

  1. ไข่ต้มกับมันหวานอบและถั่วแระ

เมนูไข่ต้มกับมันหวานอบและถั่วแระ ให้พลังงานทั้งหมด 340 kcal มาจากไข่ต้ม 2 ฟอง (140 kcal), มันหวานอบ 100g (90 kcal), ถั่วแระญี่ปุ่นต้ม ½ ถ้วย (95 kcal), ผักชีฝรั่ง มะนาว (10 kcal) อีกทั้งยังได้รับสารอาหารต่าง ๆ ดังนี้

  • โปรตีน 21g 

  • คาร์บ 32g 

  • ไขมัน 11g 

  • ใยอาหาร 7g

เหมาะสำหรับ มื้อกลางวันหรือหลังออกกำลังกาย เพราะมีสารอาหารหลัก 3 ชนิด ได้แก่ โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต สมดุลทุก macro

  1. ไข่ต้มในซุปผักใส (คลีน)

เมนูไข่ต้มในซุปผักใส ให้พลังงานทั้งหมด 180 kcal มาจากไข่ต้ม 2 ฟอง (140 kcal), ซุปผัก แคร์รอต เซเลอรี กะหล่ำปลี หัวหอม (30 kcal), น้ำซุปกระดูก 2 ถ้วย (10 kcal), พริกไทย โรสแมรี (0 kcal) อีกทั้งยังได้รับสารอาหารต่าง ๆ ดังนี้

  • โปรตีน 14g

  • คาร์บ 8g

  • ไขมัน 10g

  • ใยอาหาร 3g

เหมาะสำหรับ มื้อเย็น  เพราะให้แคลอรีต่ำที่สุด 

อ่านมาถึงตรงนี้ หวังว่าจะคลายข้อสงสัยของใครหลาย ๆ คน ที่เข้าใจผิดว่าการลดน้ำหนักที่รวดเร็วคือการกินไข่ต้มเพียงอย่างเดียวเป็นประจำทุกวัน บอกเลยว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ผิดและอาจส่งผลเสียต่อระบบเผาผลาญในระยะยาว (Yo-Yo Effect) รวมถึงทำให้ร่างกายขาดวิตามินจากผลไม้และแร่ธาตุจากผัก

วิธีที่ดีที่สุดคือการกินไข่ต้มทุกวันควบคู่ไปกับการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และการออกกำลังกายซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากกว่า เนื่องจากไข่ต้มให้พลังงานต่ำแต่อัดแน่นไปด้วยโปรตีนคุณภาพสูงที่ช่วยให้อิ่มนานขึ้น ลดความอยากของหวาน และช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อหลังการใช้งาน

ดังนั้นการกินไข่ต้มเพียง 1-3 ฟองต่อวัน โดยเน้นมื้อเช้าเป็นหลัก พร้อมกับดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ (วันละ 2-3 ลิตร) เพื่อช่วยกระบวนการขับของเสียจากการย่อยโปรตีน รวมถึงหมั่นออกกำลังกายทั้งแบบคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่ง ก็จะช่วยให้ผลลัพธ์ในการลดน้ำหนักชัดเจนขึ้น สุขภาพแข็งแรง ผิวพรรณไม่โทรม และที่สำคัญคือคุณจะมีความสุขกับการกินอาหารมากขึ้นนั่นเอง


อ้างอิง 

https://www.incredibleegg.org/?site=b

https://www.medicinenet.com/can_you_lose_belly_fat_and_weight_by_eating_eggs/article.htm

https://saudereggs.com/blog/egg-sizing-guide/

รถเข็น

ขณะนี้รถเข็นของคุณว่างเปล่า

เริ่มช้อปปิ้ง

เลือกตัวเลือก